โครงการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับสาธารณภัยและป้องกันภัยแก่ประชาชน
โครงการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับสาธารณภัยและป้องกันภัยแก่ประชาชน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับสาธารณภัยและป้องกันภัยแก่ประชาชน | |
| รหัสโครงการ | 66-L8302-2-25 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มจิตอาสารักษ์มะรือโบตก | |
| วันที่อนุมัติ | 29 ธันวาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 8 พฤษภาคม 2566 - 1 สิงหาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 21,070.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายมูฮำมัดสุกรี มูฮามา | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละประชากรที่ขาดความรู้ หรือไม่ตระหนักในเรื่องความปลอดภัยจากการประกอบอาชีพ ขนาด 45.00
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยเรานี้มีแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภัยจากธรรมชาติหรือการกระทำฝีมือมนุษย์ก็ดี มีมากขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย วาดภัย อุทกภัยหรือการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้หรืออันเกิดจากการทำลายระบบธรรมชาติหรือการขยายของระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือวิวัฒนนาการใหม่ๆซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพยสินของประชาชนโดยทั่วไปรวมถึงภาครัฐด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางทีมงานกลุ่มจิตอาสารักษ์มะรือโบตก มีความเห็นจำเป็นให้มีการส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้เกิดขึ้น เพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้น สร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่และเพิ่มทักษะในการปฏิบัติต่อตนเอง ในครัวเรือนในชุมชนให้เป็นแนวทางเดียวกัน สามารถช่วยเหลือป้องกันกับสาธารณภัยต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป
- เพื่อลดจำนวนประชากรที่ขาดความรู้ หรือไม่ตระหนักในเรื่องความปลอดภัยจากการประกอบอาชีพ
- เพื่อเยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีทักษะสามารถระงับเหตุการณ์ได้ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา
- กิจกรรม อบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันอัคคีภัยในครัวเรือนและการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ (CPR) และการสาธิตการใช้อุปกรณ์ต่างๆอย่างถูกวิธี (ฝึกปฏิบัติ)
วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) -ประชุมบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการชุมชนต่างๆในพื้นที่ -ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนจัดทำโครงการ -เสนอโครงการและอนุมัติโครงการ -ติดต่อประสานงานขอสนับสนุนวิทยากร -ประเมินการฝึกอบรมหลังจากทำโครงการ
-เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีความตื่นตัวเห็นถึงความสำคัญของสาธารณภัย -เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ สามารถเห็นเหตุการณ์ได้จากเกิดเหตุการณ์ขึ้น -เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ สามารถปฏิบัติตัวในเหตุการณ์นั้นๆได้ถูกต้องและปลอดภัย -เยาวชนและประชาชนสามารถสร้างภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวังคอยแจ้งเตือน เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้น