กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

เฝ้าระวังควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม เฝ้าระวังควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566
รหัสโครงการ 66-L7258-1-03
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรค
วันที่อนุมัติ 22 พฤศจิกายน 2565
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ธันวาคม 2565 - 15 กันยายน 2566
งบประมาณ 423,200.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ พ.จ.อ.หญิง คณัสนันท์ สิทธิศักดิ์
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล       ด้วยโรคติดต่อมีหลายชนิดที่มีสัตว์ประเภทต่างๆ เป็นพาหะนำโรค เช่น แมลงวันนำโรคบิด อหิวาตกโรค โรคระบบทางเดินอาหาร แมลงสาบนำโรคทีมีเชื่้อราเป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจและโรคผิวหนัง ยุงลาย เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยาและโรคไวรัสซิกา เป็นต้น สำหรับหนู เป็นสัตว์พาหะที่นำโรคติดต่อจากคนสู่สัตว์สู่คน ทั้งโรคที่เกิดจากหมัด ไร พยาธิ ไวรัส แบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น สครัปไทฟัส ไข้หนูกัด ไข้รากสาดใหญ่ สำหรับโรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส เป็นอีกโรคหนึ่งที่อันตรายถึงแก่ชีวิต เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เลปโตสไปรา (Leptospira) ซึ่งเชื้อโรคนี้จะหนู่ในไตหนูจนตลอดชีวิต และจะแพร่ออกมาทุกครั้งเวลาที่หนูฉี่ จะกระจายอยู่ตามพื้นบริเวณที่ชื้นแฉะและมีน้ำขัง       เทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ มีการอาศัยอยู่ของประชากรค่อนข้างหน้าแน่นปัญหาสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มปริมาณของสัตว์พาหะนำโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้ เช่น ขยะมูลฝอยที่เกิดจากบ้านเรือน แหล่งชุมชน มีปริมาณค่อนข้างมาก การจัดสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่ในชุมชนที่พบว่ามีหนูค่อนข้างชุกชุม ตลาดก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่พบว่ามีหนู โดยเฉพาะหนูนอร์เวย์หรือที่เรียกว่า หนูท่อ หนูขยะ ซึ่งตลาดเป็นสถานที่จัดจำหน่ายสินค้า ที่มีผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร ผู้ซื้อ ผู้บริโภคสินค้าและบริการมากมาย จากข้อมูลของสำนักงานควบคุมโรคที่ 12 สงขลา เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ได้ดำเนินการสุ่มจับหนูภายในตลาดสด เทศบาลนครหาดใหญ่ ได้แก่ ตลาดกิมหยง ตลาดสดพลาซ่า 1,2,3 และตลาดทัวร์รัถการ จากจำนวนตัวอย่างหนู 200 ตัว ทำการตรวจเลือด พบความชุกของโรคฉี่หนู คิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งถือว่ามีอัตราสูง ในการนำโรคฉี่หนูมาสุ่ประชาชนที่ใช้ชีวิตประจำวันในบริเวณที่เสี่ยง ซึ่งหลังจากการสุ่มตัวอย่างดังกล่าว ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรค ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู มาอยา่งต่อเนื่อง และผลจากการเฝ้าระวังสถานการการณ์เกิดโรค จากศูนย์ระบาดวิทยาโรงพยาบาลหาดใหญ่ ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2561 - พ.ศ.2565 พบว่า ปี พ.ศ2561 พบผู้ป่วยจำนวน 7 ราย ปี พ.ศ.2562 พบผู้ป่วยจำนวน 6 ราย ปี พ.ศ.2563 พบผู้ป่วยจำนวน 7 ราย ปี พ.ศ.2564 พบผู้ป่วย จำนวน 8 ราย และปี พ.ศ.2565 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 20 ส.ค.) พบผู้ป่วยจำนวน 5 ราย
      จากรายงานผลการเฝ้าระวังสถานการณ์ของโรค แม้จะพบว่ามีผู้ป่วยแต่ละปีจำนวนน้อยและไม่มีการระบาดของโรคในวงกว้าง แต่พบผู้ป่วยทุกปี รวมถึงหนูเป็นสัตว์ฟันแทะที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อชุมชนในการบริโภคสินค้าในตลาด ดังนั้น ฝ่ายป้องกันและควบคุมโรค จึงจัดทำโครงการ "เฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฉี่หนู" ขึ้น เพื่ให้ประชาชนผู้บริโภคสินค้าในตลาด มีความมั่นใจในความปลอดภัยจากโรคที่เกิดจากหนูเป็นพาหะ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของตลาดสดในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดยใช้วิธีการรณรงค์ให้ความรู้ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่ดี เน้นการรักาษาความสะอาดแก่ชุมชน ผูัประกอบการ ร้านค้าในตลาด เพื่อลดปัจจัยพื้นฐานที่หนูต้องการ รวมถึง การควบคุมลดจำนวนหนู (Rodent reduction) ที่ต้องมีความต่อเนื่องและดำเนินการรณรงค์อย่างพร้อมเพียง ในห้วงเวลาเดียวกัน จึงจะช่วยลดปริมาณหนู และลดการแพร่พันธ์ของหนูลงได้       ทั้งนี้งบประมาณในการจัดซื้อเคมีภัณฑ์ในการกำจัดหนู ใช้กรณีงบประจำที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมดำเนินงานป้องกันโรค โดยประชาชนมีส่วนร่วม
  2. เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาร่วม ป้องกันและกำจัดหนูที่เป็นพาหะนำโรค
  3. เพื่อรณรงค์กำจัดหนูที่เป็นพาหะนำโรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. รณรงค์กำจัดหนูในเขตเทศบาลนครหาดใหญ๋
  2. ค่าไวนิล ขนาด 1.2 x 2.4 จำนวน 2 ป้าย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. อัตราการเกิดโรคจากหนูเป็นพาหะนำโรคลดลงเปรียบเทียบก่อน และหลังดำเนินโครงการ
  2. ประชาชนและผู้ประกอบการเกิดความตระหนัก และสร้างความร่วมมือในชุมชนตลอดจนความรู้และพฤติกรรมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และกำจัดสัตว์นำโรค
  3. ประชาชนไม่เดือดร้อนรำคาญจากการที่หนูเข้าไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญในบ้าน ในร้านค้าและในตลาด