โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุบ้านคูนายสังข์ ประจำปี 2566
โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุบ้านคูนายสังข์ ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุบ้านคูนายสังข์ ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L5177-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านคูนายสังข์ | |
| วันที่อนุมัติ | 28 พฤศจิกายน 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 28 พฤศจิกายน 2565 - 30 พฤศจิกายน 2566 | |
| งบประมาณ | 15,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายกนก พิรุณ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมูีที่ 6-7 ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
- จำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน) ขนาด 28.00
- จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองแล้วมีภาวะซึมเศร้าและกังวล(คน) ขนาด 5.00
- จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง เช่น ตาต้อ กระจก เป็นต้น (คน) ขนาด 23.00
- ร้อยละของผู้สูงอายุทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 45.65
- จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน) ขนาด 15.00
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 74.68
- ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 54.36
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ขนาด 86.23
- ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ปลอดภัย เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ ขนาด 72.32
- จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น ขนาด 30.00
- จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน) ขนาด 65.00
- ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ขนาด 30.42
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีกลุ่มหรือสังกัดชมรม ขนาด 35.35
- จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน (คน) ขนาด 0.00
- ร้อยละแผนการดูแลรายบุคคล(CP) ที่ได้รับการอนมัติและดูแล ขนาด 0.00
ผู้สูงอายุในปัจจุบันแนวโน้มจะมีอายุที่ยีนยาวมากขึ้นประกอบกับขณะนี้ ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นหลายล้านคน ซึ่งวัยผู้สูงอายุนับเป็นวัยที่มีความสำคัญมากเป็นวัยที่ต้องการคนดูแลเอาใจใส่ เนื่องจากสภาพร่างกายทรุดโทรม ไม่แข็งแรง ผู้สูงอายุบางรายมีโรคประจำตัวหลายโรคทำให้เป็นภาระของครอบครัวที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด บางครอบครัวมีความรับผิดชอบต่อผู้สูงอายุเป็นอย่างดีหมั่นคอยดูแลปรนนิบัติตามสภาพทำให้ผู้สูงอายุมีกำลังใจดีมีความสุขแต่บางครอบครัวไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้สูงอายุ ปล่อยให้ต้องอยู่ตามลำพังเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุมีความเครียด และอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีความสุขในสังคม เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถมีชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข อยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าไม่เป็นภาระต่อสังคม เป็นผู้สูงอายุที่สามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนได้อีกมากมาย ทางชมรม อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านคูนายสังข์ ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคูนายสังข์ ได้จัดทำโครงการดูแลสุขภาผู้สูงอายุเพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและวิธีการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกันได้ และส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อการมีสุขภาพที่ดีสนับสนุนให้ครอบครัวเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ
- เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว
- เพื่อเพิ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าต้องได้รับการดูแล
- เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน
- เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล
- เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
- เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- เพื่อเพิ่มการอนุมัติและนำแผนการดูแลรายบุคคล(CP)ไปปฏิบัติ
- เพื่อเพิ่มการเข้าร่วมกลุ่ม/ชมรม ของผู้สูงอายุ
- เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ
- เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหารปลอดภัยและเพียงพอ
- เพื่อลด จำนวนผู้สูงอายุที่ติดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม
- กิจกรรมให้ความรู้ประจำเดือนของชมรมผู้สูงอายุบ้านคูนายสังข์
1.ผู้สูงอายุในชมรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม 2.ผู้สูงอายุในชมรม มีสุขภาพจิตดีขึ้นเนื่องจากได้ทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง 3.เกิดความสามัคคีในชุมชน