โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ ปีงบประมาณ 2566
โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ ปีงบประมาณ 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ ปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L2476-01-017 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 14 กุมภาพันธ์ 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2566 - 31 ธันวาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 16,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายยาการียา เจ๊ะโด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้หญิงที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก ระบุว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้หญิงทั่วโลก มีการประมาณกันไว้ว่า ในทุกๆปี จะพบผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ราย และครึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น จะเสียชีวิตลง ซึ่งนับได้ว่าทุกๆ ๑ ชั่วโมง จะมีผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกถึง ๓๐ คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงจากอุบัติเหตุเลยทีเดียว
โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกได้ประมาณอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งในอนาคตอีก๒๐ ปีข้างหน้า จะเพิ่มเป็น ๒ เท่าของปัจจุบัน รายงานสถิติสาธารณสุข ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารสาธารณสุขอัตราตายด้วยมะเร็งทุกชนิดสูงขึ้นตลอด โดยมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เป็นอันตรายอันดับ ๑ มะเร็งเต้านมเป็นอันดับ ๒ ในผู้หญิง ปัจจุบันโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งทำให้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เพราะทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรบุคคลและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกและในระยะก่อนเป็นมะเร็งซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลามและจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลกได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำHPV DNA Testในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ๓๐ – ๖๐ ปีทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้
โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากและเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย จากการรายงานของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติในปี ๒๕๖๕ พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกปีละเท่ากับ ๒๔.๕ ต่อประชากรสตรี ๑๐๐,๐๐๐คนต่อปี ในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ รายและมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณ ๕,๒๐๐ ราย หรือประมาณร้อยละ ๒๗ และมีสตรีไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยวันละ ๑๔ คน สตรีไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับ ๒ ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โรคมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและควบคุมได้โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกในระยะก่อนเป็นมะเร็ง สามารถดูแลรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบในระยะแรกของการป่วยและถ้าประชาชนสตรีรู้จักวิธีการป้องกันโดยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพื่อหาเซลล์ผิดปกติผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งสิ้น
แม้จะเป็นเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็ตาม จากสถิติ รายงานว่า ๓๐% ของผู้หญิงไทย ไม่เคยได้เข้ารับการตรวจแปปเสเมียร์เพื่อคัดกรองหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกเลย
จากการสรุปผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในสตรีอายุ ๓๐ – ๖๐ ปีปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ พบว่าสตรีกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้รับการตรวจคัดกรองเพียงร้อยละ ๓.๕๗ ซึ่งจะเห็นว่าจะมีประชาชนมาคัดกรองไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์จังหวัดนราธิวาสซึ่งกลุ่มประชากรกลุ่มเป้าหมายของจังหวัดนราธิวาสจะต้องได้รับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อยละ ๒๐ เพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจะต้องมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชนประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาคัดกรองมะเร็งปากมดลูกดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ จึงได้บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอจัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้าในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ให้แก่สตรีกลุ่มเป้าหมายในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาแย กาเตาะ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว อันจะช่วยทำให้พบผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ระยะแรกได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราการตายจากโรคมะเร็งได้อีกทางหนึ่ง
- 1. เพื่อให้สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและสตรีกลุ่มอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
- เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก
- เพื่อให้สตรีอายุ ๓๐-๗๐ ปีได้รับความรู้ สามารถตรวจเต้นมได้ด้วยตัวเองและสาธิตกลับได้อย่างถูกต้อง
- จัดอบรมและสาธิตการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ ๓๐ – ๖๐ ปีในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงอันตรายของโรคมะเร็ง ปากมดลูกและได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ ๓๐ – ๗๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและสามารถสาธิตกลับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและลดอัตราการตายได้