กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพชาวตำบลกอตอตือร๊ะ

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพชาวตำบลกอตอตือร๊ะ
รหัสโครงการ 66-L4152-2-11
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกอตอตือร๊ะ
วันที่อนุมัติ 31 มกราคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 49,650.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางนุชรีย์ อับดุลคานาน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า นอนหลับสบาย มีสุขภาพดีขึ้น แต่ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมมีมากขึ้น มนุษย์ได้มีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต การใช้กล้ามเนื้อและพลังกายลดลง ทำให้สมรรถภาพร่างกายและคุณภาพการปฏิบัติงานในหน้าที่ลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้การสูบบุหรี่ สุรา และสิ่งเสพติดต่างๆ มีส่วน บันทอนสุขภาพร่างกาย ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเพียงในกลุ่มเด็กอายุ 1-5 ปี ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่มอายุ 6-15 ปี ออกกำลังกายอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่มอายุ 17-65 ปีขื้นไปออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที หรือ 2.5 ชั่งโมงต่อสัปดาห์ และงดสิ่งเสพติดทั้งหลาย จะช่วยทำให้สมรรถภาพร่างกาย สมบูรณ์ แข็งแรง อีกทั้งยังลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน แลไขมันในเลือดสูง จึงทำให้เกิด โครงการ ปรับก่อนป่วย แกนนำตำบลกอตอตือร๊ะเพื่อสุขภาพที่ดี ทุกหมู่บ้านประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการ จึงเป็นการตอบสนองนโยบายดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกอตอตือร๊ะ จึงเสนอโครงการ ปรับก่อนป่วย แกนนำตำบลกอตอตือร๊ะ

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
  2. เพื่อให้ ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เพื่อให้ ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ
  2. เพื่อให้ ประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง