โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพทุกกลุ่มวัย เครือข่ายมีส่วนร่วม ปี 2566
โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพทุกกลุ่มวัย เครือข่ายมีส่วนร่วม ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพทุกกลุ่มวัย เครือข่ายมีส่วนร่วม ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L4117-01-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองน้ำใส | |
| วันที่อนุมัติ | 28 กุมภาพันธ์ 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 มกราคม 2566 - 29 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 24,295.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปารีณา มะสะอะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองน้ำใส |
ปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาสำคัญที่พบในประชาชนทุกกลุ่มวัย การมีสุขภาพช่องปากที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพร่างการที่ดีช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะเมื่อมีปัญหาสุขภาพช่องปากย่อมส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด ทำให้เด็กรับประทานอาหารลำบาก เคี้ยวไม่สะดวก และเด็กที่มีฟันน้ำนมผุมาผุมากจะมีผลให้ ปัญหาโรคฟันผุจึงเป็นปัญหาสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะในช่องปาก จากการสำรวจ ฟันแท้ผุมากด้วย จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พ.ศ.2564
พบว่าเด็ก 3 ปีปราศจากฟันผุ ร้อยละ 47.1 ในเด็ก 5 ปีมีแนวโน้มปราศจากฟันผุเพิ่มขึ้น คือ ร้อยละ 24.4 และยังพบว่าเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 2 กลุ่มอายุ ประมาณร้อยละ 40 มีคราบจุลินทรีย์อยู่ในระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ และพบฟันผุระยะเริ่มต้นในเด็กอายุ 3 ปีและ 5 ปี ร้อยละ 31.1และ ร้อยละ 31.3 ตามลำดับในกลุ่มวัยเรียนพบความชุกของโรคฟันผุในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปี ร้อยละ 52 กลุ่มผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุ 60-74ร้อยละ 56.1 มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 18.6 ซี่ต่อคน
พบว่าในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ได้รับการขูดและฟันตามเกณฑ์ร้อยละ45.4 ซึ่งลดลงจากปี 64 เด็ก 0-2 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากร้อยละ 52.8 ผู้ปกครองเด็กได้รับการฝึกทักษะการแปรงฟัน ร้อยละ 48.9 เด็ก 3-5 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากร้อยละ 65.8 และพบเด็ก 3 ปี ปราศจากฟันผุในฟันน้ำนมร้อยละ 52.7 เนื่องเด็กวัยนี้เป็นวัยที่ฟันเริ่มขึ้น ควรมีการให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กโดยฝึกทักษะการแปรงฟันให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ฝึกตรวจฟันให้เด็กเบื้องต้น เพื่อลดการเกิดโรคฟันผุ กลุ่มเด็ก 12 ปีพบปราศจากฟันแท้ผุ ร้อยละ 59.6 ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาจึงควรเน้นจัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียนประถมศึกษาด้วยการจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์และ การบูรณาการหลักสูตรการเรียนรู้ด้านทันตสุขภาพครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกชั้นเรียน กลุ่มผู้สูงอายุได้รับตรวจสุขภาพช่องปากและรับบริทางทันตกรรม ร้อยละ 40.8 และร้อยละ 22.7 มีฟันแท้ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 20 ซี่ 54.2 จะพบว่าบางกลุ่มอายุเข้าถึงบริการที่ค่อนข้างน้อย
ดังนั้นนอกจากการสื่อสารให้ความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากแล้วควรเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากเครือข่ายในชุมชน การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพจึงจำเป็น ที่จะต้องปรับแนวคิด และแนวทางการดำเนินงานให้เป็นระบบ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและทำ โดยระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน จึงจะสามารถจะจัดการกับปัญหาสุขภาพช่องปากในทุกกลุ่มวัยอย่างได้ผลและยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในชุมชนทั้ง ทันตบุคลากร ผู้ปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- กิจกรรม พัฒนาทักษะส่วนบุคคล หญิงหลังคลอด และ ผปค,ผู้ดูแลเด็กโดยแกนนำที่ผ่านการอบรม
8.1 การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากของประชาชนทุกกลุ่มวัยมีการสนับสนุนของภาคีเครือข่าย
8.2 การเข้าถึงบริการด้านทันตสาธารณสุขที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพในประชาชนทุกกลุ่มวัย
8.3 เครือข่ายเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ในการส่งเสริมทันตสุขภาพทุกกลุ่มวัย
8.4 ภาคีเครือข่ายมีมีศักยภาพในการดำเนินด้านทันตสุขภาพในชุมชน