โครงการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงปี 2566
โครงการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 65-L3315-01-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์แพทย์ชุมชนโรงพยาบาลควนขนุน | |
| วันที่อนุมัติ | 12 ตุลาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2565 - 30 สิงหาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 60,125.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ศูนย์แพทย์ชุมชนโรงพยาบาลควนขนุน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
จากการคัดกรองดรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงย้อนหลัง 5 ปี ปีงบประมาณ 2561-2565 พบกลุ่มเสี่ยงเบาหวานร้อยละ 33.45, 31.7,22.19,25.64และ 8.21 ตามลำดับ กลุ่มเสี่ยงความดันร้อยละ 53.75, 55.19,24.44,10.95 และ 6.78 ตามลำดับ จากการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มเสี่ยงเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มลดลง
อุบัติการณ์การเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง และบางปีก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่คัดกรองแล้วพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มนี้จำเป้นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเฝ้าระวังการป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ดังสถิติตามตารางด้านล่าง
ปี พ.ศ. เบาหวานรายใหม่ (แสนประชากร) ความดันรายใหม่(แสนประชากร)
2561 394.05 967.16
2562 383.19 1,065.74
2563 238.98 1,182.94
2564 413.38 930.11
2565 613.90 901.25
ดังนั้นการคัดกรองและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีเป้าหมายสำคัญคือ สร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และลดปัญหาค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว โดยใช้กระบวนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จึงเน้นกิจกรรมในส่วนของบริการเชิงรุก โดยการตรวจค้นหาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น ให้การวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้น รวมทั้งการปรับพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูสุขภาพขั้นพื้นฐานด้วยตนเอง เพื่อป้องกันโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อไป และในช่วงสถานการณ์-19 จำเป็นมีการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน ศูนย์แพทย์ชุมชนดรงพยาาบาลควนขนุนร่วมกันกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลหนองพ้อ จึงได้จัดทำโครงการ ป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ขึ้น
1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง 2.ประชาชนมีความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 3.ลดอัตราเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง