กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการทีม อสม.ร่วมใจรณรงค์คัดกรองมะเร็งปากมกลูกและมะเร็งเต้านมในชุมชน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการทีม อสม.ร่วมใจรณรงค์คัดกรองมะเร็งปากมกลูกและมะเร็งเต้านมในชุมชน
รหัสโครงการ 66-L2511-2-25
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านรือเสาะ
วันที่อนุมัติ 4 เมษายน 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2566 - 31 สิงหาคม 2566
งบประมาณ 23,900.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายสมาน แซดอซา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของโรคมะเร็งทั้งหมดของสตรีไทยรองจากมะเร็งเต้านมและมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีเนื่องจากสตรีไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวพร้อมทั้งขาดความตระหนักและไม่เล็งเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกที่จะทำให้อัตราการเกิดโรคอัตราการป่วยและอัตราการตายจากโรคมะเร็งลดลงซึ่งสามารถรักษาให้หายได้และสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่าการรักษาระยะลุกลาม จาการศึกษาพบว่าการคัดกรองด้วยการทำ Pap Smear ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 – 60ปีนั้นจะทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดโรคและอันตรายจากโรคมะเร็งปากมดลูกลดลง
ดังนั้นเจ้าหน้าที่อสม.มีความตระหนักเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจึงได้จัดทำโครงการทีมอสม.ร่วมใจรณรงค์คัดกรองมะเร็งปากมกลูกและมะเร็งเตานมในชุมชนเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเน้นบริการด้านเชิงรุกในชุมชนมากกว่าเชิงรับในสถานบริการเพื่อตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มต้นและเป็นส่งเสริมสุขภาพป้องกันการเกิดโรคห่างไกลจากโรคด้วย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. สตรีมุสลิมกลุ่มเป้าหมายอายุ ๓๐-๖๐ ปีที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปีละ 1 ครั้ง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมย่อยที่ ๑ การจัดประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการในสตรีมุสลิมและอมส.ในเขตพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความสำคัญต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งนม (โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรือเสาะ)
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. สตรีมุสลิมอายุ 30-60 ปีได้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมกลูกและมะเร็งเต้านมปีละ 1 ครั้ง ๒. สตรีมุสลิมมีความรู้ความตระหนักถึงอันตรายของโรคมะเร็งปากมดลูก ๓. สตรีและสามีเกิดความเข้าใจและยอมรับในการตรวจมะเร็งปากมดลูก 4. สตรีอายุ ๓๐-๖๐ ปีได้รับความรู้ความสามารถและถ่ายทอดความรู้มะเร็งปากมดลูก 5. สตรีในกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจ Pap smear ในรายที่พบความผิดปกติได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที