โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยการนวดแผนไทยบ้านโคกออก
โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยการนวดแผนไทยบ้านโคกออก
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยการนวดแผนไทยบ้านโคกออก | |
| รหัสโครงการ | L1542-66-11-1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 | |
| วันที่อนุมัติ | 13 กุมภาพันธ์ 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 มีนาคม 2566 - 15 มีนาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาววลัยลักษณ์ ใจบุญ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง |
การส่งเสริมสุขภาพเป็นมิติหนึ่งทางสุขภาพที่มีความสำคัญมากที่จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตอยู่อย่างปกติสุขในการส่งเสริมสุขภาพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของมิติสุขภาพ เข้าใจหลักและวิธีปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการส่งเสริมสุขภาพได้อย่างถุกต้อง การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยอาศัยการนำเอาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกรวมถึงการนำเอาธรรมชาติรอบตัวมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่นการรักษาโรคด้วยสมุนไพร การนวดการประคบและประคบด้วยสมุนไพร เมื่อมีการนำองค์ความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ร่วมกับการรักษาด้วยการแพย์แผนปัจจุบันแล้วน่าจะเป็นการส่งเสริมใ้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาสุขภาพของประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านโคกออก จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยการนวดแผนไทยบ้านโคกออกขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการนวดแผนไทยให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านโคกออกขึ้น
- 1.เพื่อส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้านการใช้สมุนไพรในท้องถิ่น 2.เพื่อลดอาการเจ็บป่วยของประชาชนที่เข้าร่วม 3.เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงลดอาการเจ็บป่วยลง
1.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพอบต.ตะเสะ 2.จัดประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านเพื่อประชาสัมพันธ์ค้นหากลุ่มเป้าหมายให้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน 3.จัดกิจกรรมให้ความรู้การใช้สมุนไพรในท้องถิ่น/การนำสมุนไพรมาทำลูกประคบ จำนวน 1 วัน 4.รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการต่อกองทุนฯผ่านผู้บริหารท้องถิ่น
1.ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ด้านการใช้สมุนไพรในท้องถิ่น
2.ประชาชนได้ใช้สมุนไพรบรรเทาและลดอาการเจ็บป่วยลงได้
3.ประชาชนมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มากขึ้น