โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในกลุ่มโรคกล้ามเนื้อและไหลเวียนเลือด ประจำปี 2566
โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในกลุ่มโรคกล้ามเนื้อและไหลเวียนเลือด ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในกลุ่มโรคกล้ามเนื้อและไหลเวียนเลือด ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L3011-01-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะ | |
| วันที่อนุมัติ | 22 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 26,160.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางมาสีเตาะ นิมาปู | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
เนื่องจากบ้านตะลุโบะ เป็นแหล่งพันธุกรรมพืชที่สำคัญแห่งหนึ่งของชุมชนโดยเฉพาะพืชสมุนไพรซึ่งมีจำนวนมากพอสมควรและคนในพื้นที่รู้จักนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทางด้านการประกอบอาหาร เครื่องสำอางและยารักษาโรคมาตั้งอดีตกาล หน่อยงานแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะจึงได้จัดทำโครงการจัดพิมเสนน้ำและยาหม่องตะไคร้หอมเพื่อสุขภาพขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพพืชสมุนไพรที่มีในท้องถิ่นให้สามารถไปใช้ประโยชน์และเป็นยารักษาโรคเบื้องต้นได้ สนับสนุนการค้นหาองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนได้
ดังนั้นกลุ่มงานแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะจึงได้จัดทำโครงการจัดอบรมทำพิมเสนน้ำและยาหม่องตะไตร้หอมเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำและสรรพคุณแต่ละตัวของสมุนไพรที่ใช้ในการทำ การส่งเสริมการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นโดยการสาธิตการทำพิมเสนน้ำและยาหม่องตะไคร้หอม เพื่อให้ผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไปสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ เรื่องสรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ในการทำพิมเสนน้ำและยาหม่อง ตะไคร้หอม
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ เรื่องสรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ในการทำพิมเสนน้ำและยาหม่อง ตะไคร้หอม
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ เรื่องสรรพคุณแต่ละตัวของสมุนไพรที่ใช้ในการทำพิมเสนน้ำและยาหม่อง
- กลุ่มเป้าหมายสามารถส่งเสริมการพึ่งตนเองด้านสุขภาพและด้านการใช้พืชสมุนไพรในชีวิตประจำวัน
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการผลิตและการนำสมุนไพรไปประยุกต์ใช้
- ผู้สูงอายุและวัยทำงานสามารถป้องกันการใช้ยาที่มากเกินไปควบคู่กับการนำสมุนไพรในการรักษาโรคปวดเมื่อยได้