โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ถูกต้องตามหลักการแพทย์
โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ถูกต้องตามหลักการแพทย์
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ถูกต้องตามหลักการแพทย์ | |
| รหัสโครงการ | 65-L5174-102-015 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลขุนตัดหวาย | |
| วันที่อนุมัติ | 9 พฤศจิกายน 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2565 - 31 กรกฎาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 40,240.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวัชรี ไพตรีจิตต์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (การเข้าสุนัต) คือการทำความสะอาดร่างกายที่ต้องตัดแต่งเพื่อขจัดความสกปรกจากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ร้อยละ 50-60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า Smegma หรือขี้เปียก นอกจากการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิริส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาต ในทัศนะของอิสามนั้นการขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย ภาษอาหรับ เรียกว่าคีตาน ภาษามลายู เรียกว่ามาโซ๊ยาวี ส่วนคนไทยโดยทั่วไปเรียกว่า พิธีเข้าสุนัต ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการใช้เครื่องมือที่สะอาดและวิธีการที่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งอาจจะดำเนินการโดยกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ ซึ่งทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำตำบลได้เล็งเห็นความสำคัญของกาขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือสุนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีความรู้ทักษะการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับบริการมีความปลอดภัยและมีคุณภาพ
- เพื่อเพิ่มร้อยละเด็กและเยาวชนขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เด็กและเยาวชนมุสลิมในตำบลขุนตัดหวาย ลดภาวะการติดเชื้อ ภาวะเลือดออกมาก ถูกต้องตามหลักการแพทย์
- ประชุมปรึกษา หารือ คณะกรรมการเพื่อวางแผนดำเนินโครงการ ประชาสัมพันธ์และรับสมัครเด็กและเยาวชนมุสลิม
- ให้บริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศโดยทีมแพทย์
- ติดตามเยี่ยมผู้รับบริการขลิบที่บ้าน
เด็กและเยาวชนมุสลิมได้รับการทำสุนัต(ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย) สามารถลดการออกเลือด ภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบรุนแรง) และการติดเชื้อ เดิดความตระหนักในการป้องกันโรค และได้รับบริการถูกต้องตามหลักการแพทย์