กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปึ ขื้นไป หมู่ที่ 11

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.นาท่ามเหนือ

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปึ ขื้นไป หมู่ที่ 11

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปึ ขื้นไป หมู่ที่ 11
รหัสโครงการ กปท. L1494
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านโคกมะม่วง หมู่ที่ 11
วันที่อนุมัติ 15 กุมภาพันธ์ 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 กุมภาพันธ์ 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 6,900.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวมยุรี รามศรี
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ภัยเงียบของโรค Metabolic (โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองและภาวะอ้วนลงพุง) ได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมากซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการ และเสียชีวิตตลอดจนเป็นภาระต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขทั้งของภาครัฐเอกชนและสถานบริการทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิต่างแออัดไปด้วยผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงส่งผลให้งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สำหรับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามรายหัวประชากรจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายด้านยาบุคลากร การจัดสถานที่และเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ    ในขณะที่งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด     ดังนั้น ดำเนินงานเน้นนโยบายเชิงรุก เร่งการป้องกันโรคโดยใช้เครือข่ายระหว่าง รพ.สต.กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพราะการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรค ที่เกิดจากพฤติกรรมของประชาชน จะประสบความสำเร็จมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย    ที่เกี่ยวข้องทุกส่วน และใช้กระบวนการที่บูรณาการเชื่อมโยงการดำเนินงาน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
เป็นโรคที่เป็นปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ ในพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านโคกมะม่วงมีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปจำนวน 260 คน อาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 8 คน และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านโคกมะม่วง    หมู่ที่ 11 จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ในประชาชน      อายุ 35 ปีขึ้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามมาตรฐาน        พร้อมทั้งรณรงค์ สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง     ในหลายปีที่ผ่านมา อสม. หมู่ที่ 11 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนางอ ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงให้แก่ประชากร 35 ปีขึ้นไปในพื้นที่ตำบลนาท่ามเหนือเป็นประจำทุกปีเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วย และในปัจจุบันนี้ ชมรม อสม. หมู่ที่ 11 มีอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 8 คน และมีอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น คือ เครื่องวัดความดันโลหิตจำนวน 6 เครื่อง ซึ่งมีไม่เพียงพอเนื่องจากเครื่องที่มีอยู่เดิมนั้นเกิดการชำรุด เสียหายจากอายุการใช้งานหลายปี อีกทั้งจำนวน อสม. ที่เพิ่มขึ้น และครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ไม่มีความคล่องตัว ดังนั้น ชมรม อสม.หมู่ที่ 11 บ้านโคกมะม่วง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปขึ้น โดยการจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตเพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชนในเขตหมู่ที่ 11 บ้านโคกมะม่วง รวมทั้งใช้ในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ และโรคอื่น ๆ ในพื้นที่ด้วย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรค ความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบ
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. รณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 11
  2. ลงทะเบียน ชี้แจงงรายละเอียดของโครงการ ซักประวัติ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เจาะน้ำตาลในเลือด
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและสามารถรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มป่วย 2.ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่และลดภาวะโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ 3.กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ