โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านพูด ปีงบประมาณ 2566
โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านพูด ปีงบประมาณ 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านพูด ปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | 2566-L3306-2-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านพูด | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 27 กุมภาพันธ์ 2566 - 31 มีนาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 36,460.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวรรณดี ยะดี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
ปัจจุบันนี้ พบว่า โรคไม่ติดต่อ (Non communicable disease) เช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนา พบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆปี ซึ่งมีรายงานอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลก ประมาณ 50 ล้านคนในปี 2528 และเพิ่มขึ้นประมาณ 170 ล้านคนในปัจจุบัน และมีการคาดการณ์กันว่าในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า หรือประมาณ 300 ล้านกว่าคน จากการสำรวจในประเทศไทย พบว่า ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ประมาณ 20,000 คน และอัตราความชุกของโรคเบาหวานในคนไทยที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไปมีถึงร้อยละ 9.6 และที่สำคัญพบว่า ร้อยละ 50 ของคนที่ป่วยไม่ทราบว่าตนเองป่วยด้วยโรคเบาหวาน ดังนั้น กว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง แต่ยังไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย จึงทำให้ต้องเสียโอกาสในการที่จะทราบว่าตนเองเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเป็นโรค ที่จะต้องได้รับการป้องกันหรือรับการรักษา ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง พิการ หรือเสียชีวิตได้
ผลกระทบที่สำคัญที่เกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงก็คือ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับตา ไต ระบบประสาท ระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง และอาจจะนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น ยังส่งผลกระทบต่อภาวะจิตใจของผู้ป่วยและกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งของผู้ป่วย ครอบครัว และกระทบค่าใช้จ่ายระบบสุภาพของประเทศโดยรวมอีกด้วย และจากข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของหน่วยบริการสาธารณสุขในอำเภอกงหรา ปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 243 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 662.27 ต่อแสนประชากร และพบผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 166 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 452.41 ต่อแสนประชากร
ในเขตรับผิดชอบของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพูดก็เช่นเดียวกัน ข้อมูลการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงของหน่วยบริการสาธารณสุขในอำเภอกงหรา ปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 25 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 442.71 ต่อแสนประชากรพบผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 24 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 425.00 ต่อแสนประชากร มีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย และอายุในการเกิดโรคเริ่มลดลง ในการดำเนินงานสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาโรคเรื้อรังนี้
เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพูด จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรอง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคในทุกปี กลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแล กลุ่มสงสัยเป็นโรคได้รับการติดตามเฝ้าระวัง ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการวินิจฉัย และเข้าถึงการรักษาทุกราย
- ข้อที่ ๑. เพื่อตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเป้าหมาย อายุ 35 ปีขึ้นไป
- ข้อที่ 2. เพื่อตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเป้าหมาย อายุ 15-34 ปี ที่มีข้อบ่งชี้ความเสี่ยง
- ข้อที่ 3. เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย
- ข้อที่ 4. เพื่อค้นหากลุ่มผู้ป่วยรายใหม่
- 2. กิจกรรมตรวจคัดกรอง
- 1. กิจกรรมก่อนการคัดกรอง
- 2.1 ตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป
- 1.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อการดำเนินงาน และวางแผนในการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- 1.2 จัดทำกลุ่มเป้าหมายในการคัดกรอง ประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15-34 ปี ที่มีข้อบ่งชี้ หรืปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค
- 2.2 คัดกรองคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 15-34 ปี ขึ้นไป
- 2.3 จัดทำทะเบียนแยก 4 กลุ่ม กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย กลุ่มป่วยรายใหม่
ประชากรกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป และอายุ 15-34 ปี ที่มีข้อบ่งชี้ความเสี่ยง ได้รับการตรวจคัดกรอง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 และในกลุ่มที่คัดกรองแล้ว จะได้รับการประเมินสถานะสุขภาพ และจัดทำทะเบียนแยกกลุ่ม เพื่อเฝ้าระวัง และติดตาม เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดอัตราป่วยรายใหม่ และกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการวินิจฉัย เข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง