กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. อบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เทคนิคในการเล่านิทานที่กระตุ้นความฉลาดทางอารมณ์ให้แก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และบุคคลที่สนใจ เกี่ยวกับการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์และส่งเสริมทักษะสมอง EF ( Executive Functions) 11 ส.ค. 2566 11 ส.ค. 2566

วิธีดำเนินการ 1. จัดประชุมเจ้าหน้าที่/ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการทำโครงการ 2. จัดเตรียมข้อมูล/สถานที่/ความพร้อม 3. แจ้งแผนการปฏิบัติงานตามโครงการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง 4. ดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ 5. ประเมินผลการดำเนินกิจกรรมโครงการ 6. สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ       รายละเอียดกิจกรรม 1. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เทคนิคในการเล่านิทานที่กระตุ้นความฉลาดทางอารมณ์ให้แก่ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และบุคคลที่สนใจ เกี่ยวกับการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์และส่งเสริมทักษะสมอง EF ( Executive Functions) 2. จัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยผู้ปกครอง ผู้สูงอายุ มาเล่านิทานให้เด็กนักเรียนภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบาโด เดือนละ 2 ครั้ง
3. จัดสภาพแวดล้อม มุมหนังสือหรือมุมนิทานให้น่าสนใจ 4. จัดกิจกรรมการยืมหนังสือนิทานไปอ่านที่บ้าน 5. กิจกรรมเล่านิทานเพื่อเสริมสร้างพัฒนาทางด้านอารมณ์และพัฒนาการทางด้านสมอง EF  ( Executive Functions) จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา จำนวน 29,050.- บาท รายละเอียดดังนี้ 1. ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นเงิน      800 บาท 2. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน  1,500 บาท
3. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 82 คนๆ 1 มื้อ ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน  4,100 บาท
4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 160 คนๆ 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน  8,000 บาท 5. ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ
5.1 หนังสือนิทาน จำนวน 25 เล่ม ๆ 350 บาท เป็นเงิน 8,750 บาท 5.2 ตุ๊กตา หุ้นมือ จำนวน 20 ตัว ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน  2,400 บาท 5.3 สื่อตกแต่งมุมนิทานพร้อมอุปกรณ์ฉากสำหรับเล่านิทาน เป็นเงิน  3,500 บาท

                                  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  29,050 บาท (เงินสามหมื่นเจ็ดพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงตรัสไว้ว่า“ หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมาทำมาคิดมาแต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้าย ๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้” ซึ่งช่วงปฐมวัยจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการสร้างมนุษย์ให้ก้าวหน้าและมีคุณค่าต่อสังคม เพราะเซลล์ประสาทในสมองของเด็ก จะมีการเจริญเติบโตรวดเร็วมากหรือเป็นช่วง “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่จะพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าให้สามารถควบคุมความรู้สึก การคิดและการกระทำหรือเรียกว่าทักษะสมอง EF( Executive Functions) “ความสามารถของสมองในการบริหารจัดการชีวิต” เพราะการวางพื้นฐานด้านพฤติกรรมและบุคลิกภาพของมนุษย์ในช่วงอายุแรกเกิด ถึง 6 ปี เป็นช่วงวัยที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กนับตั้งแต่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ครู และชุมชน ที่จะเข้าร่วมในการเตรียมความพร้อมให้เด็กเติบโตอย่างเต็มศักยภาพและสร้างพฤติกรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับเด็ก โดยมีหนังสือนิทานเป็นสื่อสาร สายใยในครอบครัว ซึ่งในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของผลจากการพัฒนาที่เป็นไปอย่างรุนแรง รวดเร็วและซับซ้อน ครูปฐมวัยจึงมีบทบาทและหน้าที่โดยตรงที่จะเป็นผู้วางรากฐานให้เด็กสามารถ “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น อยู่กับคนอื่น และมีความสุขเป็น” โดยผ่านสื่อนิทานและสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและที่บ้าน ถือว่าเป็นการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่จำเป็นพื้นฐานและเอื้อต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ( Executive Functions)ของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากตัวเด็กจะได้ประโยชน์ตรงแล้ว ครูยังสามารถให้เด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง ยืมหนังสือนิทานไปอ่านที่บ้านหรือชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ผู้ปกครองมาเล่านิทานให้เด็กฟังในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นอกจากจะพัฒนาความสัมพันธ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กแล้วนั้น
ดังนั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบาโด ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ ส่งเสริมพัฒนาทักษะสมอง EF ( Executive Functions) ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กอยู่ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป

-

  1. เด็กเล็กได้ฝึกทักษะสมอง EF ( Executive Functions) โดยการใช้หนังสือนิทานเป็นสื่อ
  2. สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่บ้าน
  3. ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่โลกแห่งศตวรรษที่ 21

-