โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ที่ ๓,๔,๖,๗ และ ๑๔ ตำบลคลองเฉลิม ปี ๒๕๖๖
โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ที่ ๓,๔,๖,๗ และ ๑๔ ตำบลคลองเฉลิม ปี ๒๕๖๖
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ที่ ๓,๔,๖,๗ และ ๑๔ ตำบลคลองเฉลิม ปี ๒๕๖๖ | |
| รหัสโครงการ | 2566-L3306-2-5 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านคู | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 32,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางหยาด นุ่นหยู่ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
หลักการและเหตุผล
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคสำคัญที่คุกคามต่อสุขภาพของวัยกลางคนและวัยสูงอายุเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด ทั้งยังเป็นโรคที่สัมพันธ์กับวัยที่เพิ่มมาก และการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีไขมัน รสหวานจัด และรสเค็ม การขาดการจัดการกับความเครียด เป็นต้น หากเป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ จะมีโอกาสเกิดเส้นเลือดฝอยในสมองแตก ไตวาย และที่สำคัญคือเกิดโรคเรื้อรังซ้ำซ้อน ได้แก่ อัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด และหากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเกิดการคั่งของกรดในเลือดสูง หลอดเลือดแดงแข็ง ความพิการต่อจอประสาทตา โรคไต และเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้น การดูแลตนเองขณะที่เจ็บป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการดำเนินของโรคที่รุนแรงมากขึ้นและสามารถดำรงชีวิตอย่างปกติสุข ต่อไป ดังนั้นการรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน การรับรู้โอกาสเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน และการมีความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนองจากการปฏิบัติตัวของตนเอง จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญของการเกิดพฤติกรรมในการดูแลตนเองที่เหมาะสม สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในพื้นที่บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู ในปี ๒๕๖๕ มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ๔๕๔ คน คิดเป็นอัตราป่วย ๗,๓๒๒.๕๘ ต่อแสนประชากร ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีผู้ป่วย ๒๒๖ คน คิดเป็นอัตราป่วย ๓,๖๔๕.๑๖ ต่อแสนประชากร และผู้ป่วยเป็นทั้งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ๕๓๘ คน คิดเป็นอัตราป่วย ๘,๖๗๗.๔๑ ต่อแสนประชากร ฉะนั้น การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชากรกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป และกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจหาน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง อสม.ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคู จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี ๒๕๖๖ ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้ดูแลสุขภาพของตนเอง รับรู้และใส่ใจด้านสุขภาพ มีการเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และภาระต่าง ๆ ต่อครอบครัวและสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม
- ๑ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามเป้าหมาย
- ๒ ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการส่งต่ออย่างเป็นระบบทุก คน
- ๓ กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามเฝ้าระวังได้ตาม เป้าหมาย
- ๑. ประชุมแกนนำในการดำเนินงาน และวางแผนการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย อายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป และให้บริการการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
- ค่าถ่ายเอกสารคัดกรอง
- เครื่องวัดความดันโลหิต
๑. เสนอแผนงานให้อนุกรรมการกลั่นกรอง
๒. เสนอแผนงานต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
๓. เตรียมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องตรวจคัดกรอง ให้กับ อสม.
๔. ประชุมเตรียมชี้แจงอสม. ทบทวนความรู้ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเขตรับผิดชอบของตัวเอง
๕. ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
๖. ติดตามกลุ่มเสี่ยงเพื่อรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
๗. ส่งต่อในรายที่ผลการตรวจผิดปกติ
๘. ติดตามผลการรักษาภายหลังการส่งต่อ
๙. บันทึกผลการคัดกรองในโปรแกรม JHCIS
๑๐. สรุปและประเมินโครงการเมื่อสิ้นโครงการ