โครงการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปี 2566
โครงการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L2482-1-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกมือบา | |
| วันที่อนุมัติ | 14 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางดาราวัลย์ บั้นบูรณ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมตามลำดับ ในประเทศไทย โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งใรสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 ราย พบมากที่สุดอายุระหว่าง อายุ 45-50 ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม การรักาาจึงเป็นไปได้ยาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การป้องกัน และควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก ต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักาาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารักษาในระยะลุกลาม ปัจจุบัน มีวิธีการตรวจแบบเจาะลึกระดับ DNA ด้วยเทคนิค HPV DNA Testing ที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีอย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะแรก ทำให้สามารถรักษาได้ทันที ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกและการคัดกรองด้วยการทำ HPV DNA Testing ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-60 ปี ทำให้ช่วยลดอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งผู้ป่วยที่ไปรับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะไปรัการรักาาเม่ออยู่ในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้ผลการรักษาเมื่ออยุ่ในระยะที่เป็นมาแล้ว ทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้หากว่าได้รับการตรวจวินิจฉัยมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกมือบา จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปี 2566 ขึ้น เพื่อติดตามการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องของผู้รับบริการ ค้นหาเซลล์มะเร็งได้ในระยะเริ่มแรก รวมถึงตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น เพื่อการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคด้วยซึ่งจะเป็นแนวทางในการสกัดโรคก่อนลุกลาม
- 1.เพื่อให้สตรีอายุ 30 - 60 ปี ที่ยังไม่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก 2.เพื่อให้สตรีอายุ 30 - 60 ปี ที่ยังไม่รับตรวจคัดกรอง HPV DNA Testing ให้ความร่วมมือในการตรวจ HPV DNA Testing 3.เพื่อให้สตรีอายุ 30 70 ปี มีความรู้และสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ในเบื้องตน 4.เพื่อให้สตรีที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติได้รับส่งพบแพทย์และการรักาาที่ถูกต้อง 5.เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในระยะรุนแรง
- อบรมให้ความรู้
1.สำรวจและจัดทำทะเบียนข้อมูลสตรีอายุ 30-60 ปี ที่เข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกภายใน 5 ปีที่ผ่านมา 2.สำรวจและจัดทำทะเบียนรายชื่อสตรีอายุ 30-60 ปี ที่อาศัยอยุ่ในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านโคกมือบาจริงเปรียบเที่ยบกับคลังข้อมูล HDC เพื่อจัดทำทะเบียนสตรีอายุ 30-60 ปีที่ยังไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกภายใน 5 ปีที่ผ่านมา 3.ผอ.รพ.สต.มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบงานหลัง สำหรับดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีอายุ 30-60 ปี 4.จัดประชุม เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม. เพื่อชี้แจง แผนการดำเนินงานการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรอายุ 30-60 ปี ประจำปี 2565 5.จัดทำโครงการเสนอประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโฆษิต เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน 6.จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลุกแกสตรีอายุ 30-60 ปี ที่ยังไม่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกภายใน 5 ปี ที่ผ่านมา 7.ประชาสัมพันธ์ เชิญชวน สตรีอายุ 30-60 ปี ที่ไม่เคยครวจมะเร็งปากมดลุกภายใน 5 ปีที่ผ่านมา ร่วมรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลุก 8.จัดกิจกรรมสาธิตการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองแกาสตรีอายุ 30-70 ปี 9ประชาสัมพันธ์ เชิญชวน สตรีอายุ 30 - 70 ปีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน 10.รพ.สต.บริการประสานและส่งต่อ สตรีที่มีผลคัดกรองผิดปกติไปรับการตรวจ และรักษาตามลำดับขั้นตอนการรับบริการ 11.สรุปและติดตามผลการดำเนินงานทุกเดือน และสรุปผลเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ
1.สตรีกลุ่มเป้าหมายเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยกสารตรวจเต้านมเป็นประจำทุกเดือนด้วยตนเองได้ 2.สตรีกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามเกณฑ์กำหนด 3.สตรีกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติได้รับการส่งต่อเมื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะรุนแรงลดลง