โครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค
โครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค | |
| รหัสโครงการ | 66-L5251-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลสำนักขาม | |
| วันที่อนุมัติ | 22 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 320,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางนิรัตน์สร ชุมแสง/นางสุวีณา ขวัญหมัด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา |
- ร้อยละประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด ขนาด 1.00
ยุงลายเป็นสัตว์พาหะนำโรคที่สำคัญ เพราะสามารถทำให้เกิดโรคในมนุษย์ได้ถึง 3 โรค คือโรคไข้เลือดออก
โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ดังนั้น การกำจัดยุงลาย จึงเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันโรคที่สำคัญ
สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจังหวัดสงขลา (ข้อมูล ตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 มีนาคม 2566) พบผู้ป่วยไข้เลือดออก 475 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 33.18 ต่อประชากรแสนคน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 10 -14 ปี (อัตราป่วย 24.63 /แสนคน) รองลงมาอายุ 5-9 ปี (อัตราป่วย 23.79/แสนคน) และกลุ่มอายุ 15-24 ปี (อัตราป่วย 15.79/แสนคน) ตามลำดับ อำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ อำเภอกระแสสินธุ์ รองลงมาสะเดา และคลองหอยโข่ง ตามลำดับ และอำเภอที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ อำเภอสะเดา (74.12) อำเภอจะนะ(55.43) อำเภอสทิงพระ(39.78) อำเภอเมืองสงขลา(38.06) และ อำเภอคลองหอยโข่ง(36.49) ตามลำดับ (ที่มา : ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา)
สำหรับสถานการณ์ไข้เลือดออกของตำบลสำนักขาม ย้อนหลัง 10 ปี พบว่ามีการระบาดมากที่สุดในปี พ.ศ.2556 พบผู้ป่วยจำนวน 129 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2560 พบผู้ป่วยจำนวน 90 ราย และปี พ.ศ.2562 พบผู้ป่วยจำนวน 24 ราย สำหรับปี พ.ศ. 2566 พบว่าตำบลสำนักขามมีอัตราป่วยเป็นอันดับที่ 2 ของอำเภอสะเดา คิดเป็น 119.12 ต่อแสนประชากร และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นอันดับที่ 3 ของอำเภอสะเดา จำนวน 17 ราย ซึ่งมีแนวโน้มที่ต้องเฝ้าระวังประกอบกับช่วงฤดูฝนของทุกปี จะเป็นฤดูที่มีการระบาดของโรคที่เกิดจากยุงลายสูงสุด เนื่องจากฝนที่ตกมาทำให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำให้จำนวนยุงลายเพิ่มมากกว่าช่วงอื่นๆ ของปี ดังนั้นโรคที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ โรคที่มียุงลายเป็นพาหะเช่น โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ยังคงวางใจไม่ได้ต้องดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อไป กระทรวงสาธารณสุข แนะมาตรการ “3 เก็บ 3 โรค” ได้แก่ 3 เก็บ ในมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมยุงลายไม่ให้แพร่พันธุ์ และป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด ต้องเก็บสิ่งต่างๆ ดังนี้
1.เก็บบ้าน บ้านที่เป็นระเบียบร้อยนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ก็ยังทำให้บรรยากาศมีความปลอดโปร่ง จึงไม่มีที่ให้ยุงลายไปหลบซ่อนอยู่
2.เก็บขยะ กองขยะในบ้านนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว เมื่อฝนตกลงมาอาจเกิดน้ำขังและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ในที่สุด
3.เก็บน้ำ แหล่งน้ำในบ้านนั้นอาจกลายเป็นที่ที่ยุงลายใช้แพร่พันธุ์ได้หากไม่ดูแลให้ดี โดยเฉพาะแหล่งน้ำนิ่งที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ต้องปิดให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอ หรือเลี้ยงปลาหางนกยูงในแหล่งน้ำเพื่อกำจัดลูกน้ำยุง
การปฏิบัติตามมาตรการนี้จะช่วยป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะทั้ง 3 โรคได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ซึ่งการป้องกันควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพควรต้องเตรียมพร้อมควบคุมกำจัดยุงลายก่อนจะถึงช่วงฤดูการระบาดของโรคเพื่อลดจำนวนประชากรของยุงลายในพื้นที่และเพื่อทราบความเสี่ยงการเกิดโรคในพื้นที่ต่อไป ปัจจัยการระบาดที่สำคัญที่ทำให้มีการระบาดและมีการขยายพื้นที่ออกไปอย่างกวางขวาง ได้แก่การเพิ่มจำนวนของประชากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีชุมชนเมืองเพิ่มขึ้น มีการเคลื่อนไหวของประชากรและมียุงลายมากขึ้นตามการเพิ่มของภาชนะขังน้า ที่มนุษย์สร้างขึ้น การคมนาคมที่สะดวกขึ้นทั้งทางบกและทางอากาศ ทำให้มีการเดินทางมากขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ ปัจจัยเหล่านั้นทำให้การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลสำนักขาม จึงจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ ประจำปี 2566 เพื่อควบคุมและป้องกันโรค ล่วงหน้าและทันท่วงทีที่เกิดโรค โดยอาศัยความร่วมมือทั้งจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ร่วมกันรณรงค์ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในชุมชนในหลากหลายรูปแบบ เช่น การรณรงค์ การร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน สถานที่ราชการต่างๆ การจัดหาสารฆ่าลูกน้ำ การพ่นหมอกควันและสารเคมี การกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย การใช้วิธีทางธรรมชาติในการกำจัดลูกน้ำ และสำคัญที่สุดคือการรู้จักป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีความปลอดภัยต่อโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะไข้เลือดออกระบาด
- 1. เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค
- 2. เพิ่มความครอบคลุมของการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายในโรงเรียนและชุมชน และลดความชุกของลูกน้ำยุงลา
- 1. รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายเพื่อป้องกันและควบคุมโรค
- 2. กิจกรรมพ่นสารเคมีป้องกันและควบคุมโรค
1.สามารถป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ และประชาชนในตำบลสำนักขาม เห็นความสำคัญของปัญหา ให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ