โครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ทุกช่วงวัย ปีงบประมาณ 2566
โครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ทุกช่วงวัย ปีงบประมาณ 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ทุกช่วงวัย ปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก | |
| วันที่อนุมัติ | 15 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 เมษายน 2566 - 29 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 48,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสปีเนาะ กะโด | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มเด็กอายุ 12 ปี ได้รับการตรวจฟัน ร้อยละ 84.7 มีปัญหาฟันถาวรผุ ร้อยละ 52 โดยพบว่ามีฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 31.5 มีฟันผุระยะเริ่มต้น ร้อยละ 12.2 เคยปวดฟัน ร้อยละ 36.7 และเคยหยุดเรียนเพราะไปทำฟัน ร้อยละ 12.2 มีเพียงร้อยละ 48 ปัจจุบันพบว่าเด็กไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งมีฟันผุ ซึ่งถ้าไม่ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีรวมถึงพฤติกรรมการบริโภค ปัญหาสุขภาพช่องปากจะสะสมและมีความรุนแรงจนอาจเกิดการสูญเสียฟันถาวรตั้งแต่เด็ก แต่อย่างไรก็ตามจากการสำรวจพบว่า เด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ด้านการแปรงฟัน เพียงร้อยละ 9.5 แปรงฟันก่อนนอนทุกวัน ร้อยละ 59.7 และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารเสี่ยง ได้แก่ ดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลม มากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 52 กินขนมกรุบกรอบ และลูกอม มากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 28.9 และ 21.4 ตามลำดับ (แนวทางการดำเนินงานทันตสาธารณสุข, 2564) บริโภคขนมเหล่านี้ สำหรับกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานอีกทั้งยังพบปัญหาเหงือกอักเสบ ร้อยละ 50.1 เกิดร่วมกับหินน้ำลายและเริ่มเป็นโรคปริทันต์ที่มีร่องลึก 4-5 มิลลิเมตร ร้อยละ 19.8 โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธ์ที่อยู่ในช่วงวัยที่มีบุตรได้ โดยทั่วไปจะมีอายุตั้งแต่ 15–49 ปี และผู้ที่มีฟันผุยังไม่ไปรับการรักษา ร้อยละ 47.4 นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมการดูแลความสะอาดในช่องปากที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคฟันผุในหญิงตั้งครรภ์ ได้แก่ พฤติกรรมและความถี่ในการแปรงฟันเนื่องจากผลของการตั้งครรภ์ทำให้มีอาการอาเจียนบ่อยๆ ทำให้ไม่สะดวกในการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน
สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าปัญหาหลัก คือ ไม่มีฟันธรรมชาติเหลือพอในการบดเคี้ยวอาหาร มีฟันเหลืออยู่ในช่องปากเฉลี่ย 4 ใน 6 ส่วนต่อคน มีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ ร้อยละ 83 สูญเสียฟันทั้งปาก ร้อยละ 7.2 โดยกลุ่มวัยนี้มีความจำเป็นในการรักษา พบว่า ความจำเป็นสูงสุดอันดับแรก คือ การถอนฟัน ร้อยละ 53.6 สำหรับการใส่ฟันเทียมทั้งปาก พบว่า ร้อยละ 6.5 และเพิ่มขึ้นชัดเจนเป็นร้อยละ 18.9 และยังพบปัญหา ฟันผุ รากฟันผุ โรคปริทันต์ มะเร็งช่องปาก ภาวะน้ำลายแห้ง ฟันสึก และสภาวะในช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำเป็นต้องรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพช่องปากใน ทุกกลุ่มวัยอย่างต่อเนื่อง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก จึงได้จัดทำโครงการฟันสวย ยิ้มสดใส ทุกช่วงวัย ปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ความรู้โรคในช่องปากและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้กับทุกช่วงอายุ เพื่อให้มีทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องแล้วยังมีความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไป
- เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 80
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายแกนนำนักเรียนมีการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ร้อยละ 100
- เพื่อรักษาหรือส่งต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพช่องปาก ร้อยละ 10
- กิจกรรมในกลุ่มแกนนำนักเรียน (โรงเรียน)
- กิจกรรมในกลุ่มผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)
- กิจกรรมในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์
- กิจกรรมในกลุ่มผู้สูงอายุ
- เพื่อให้ทุกกลุ่มอายุมีความรู้และความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง
- เด็กวัยเรียนได้ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
- เพื่อให้ทุกกลุ่มอายุมีการแปรงฟันที่ถูกวิธีและป้องกันฟันผุได้ถูกต้อง