directions_run
โครงการเกษตรอินทรีย์เพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนบ้านตาหมน ปีงบประมาณ 2566
กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ปิยามุมัง
โครงการเกษตรอินทรีย์เพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนบ้านตาหมน ปีงบประมาณ 2566
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเกษตรอินทรีย์เพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนบ้านตาหมน ปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านตาหมน | |
| วันที่อนุมัติ | 16 พฤษภาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 10 กรกฎาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 24,520.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ว่าที่ร้อยโทฮัสบุลเล๊าะห์ กาลอ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงเรียนตาหมน ตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด ขนาด 60.50
- ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม ขนาด 40.75
- ร้อยละของเด็ก 6-14 ปี ที่มีภาวะสูงดีสมส่วน ขนาด 80.75
โรงเรียนบ้านตาหมน ได้จัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนทุกคน โดยมีการควบคุมคุณภาพอาหารให้มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้ครบถ้วนและจัดอาหารกลางวันอย่างเพียงพอแก่นักเรียน แต่ยังพบว่านักเรียนยังมีนักเรียนที่มีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ทางโรงเรียนจึงคิดวิธีการส่งเสริมโภชนาการเพิ่มเติมให้แก่นักเรียน โดยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติการทำเกษตรอินทรีย์ปลูกผักปลอดสารพิษ ให้มีผลผลิตที่ปลอดภัยและหลากหลายหมุนเวียนกันอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแผนการประกอบอาหารของโรงเรียนภายใต้โครงการอาหารกลางวันให้นักเรียนได้รับประทาน
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- เพื่อให้บุคลากรโรงเรียนบ้านตาหมนได้รับประทานอาหารที่ปลอดสารพิษและถูกต้องตามหลักโภชนาการ
- เพื่อเพิ่มคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม
- เพื่อเพิ่มภาวะสูงดีสมส่วนในเด็ก 6-14 ปี
- เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- ประชุมทีมงาน วางแผน และชี้แจงการดำเนินงาน
- ติดตามการดำเนินงาน
- ผักปลอดสารพิษเพื่ออาหารกลางวัน
- ประชุมถอดบทเรียนและสรุปโครงการ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ครูและนักเรียนได้รับสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ 2.ครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน มีความรู้และเห็นความสำคัญของการบริโภคผักที่ปลอดสารพิษ 3.ขยายผลการดำเงินงานให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในครัวเรือนได้