โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวังส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย | |
| รหัสโครงการ | 2566-L8404-3-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกหาร | |
| วันที่อนุมัติ | 29 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤศจิกายน 2565 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 42,667.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอัตกานต์ วัฒนธีรางกูร | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกหาร |
วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว จากบิดา มารดา คนรอบข้างผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านการเคลื่อนไหว ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ด้านการเข้าใจภาษาด้านการใช้ภาษาและด้านการช่วยเหลือตนเองของสังคม หากเด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่สมวัยซึ่งเป็นรากฐานที่ดี จะทำให้เด็กเติบโตเป็นเยาวชนและพลเมืองที่มีคุณภาพ แต่เนื่องจากการตรวจพัฒนาการเด็กทำโดยเจ้าหน้าที่ ทำให้การติดตามตรวจพัฒนาการเด็กขาดความสม่ำเสมอ ทำให้การดูแลและติดตามการตรวจพัฒนาการไม่ครอบคลุม ทั้งอาชีพส่วนใหญ่ของคนในชุมชนเป็นอาชีพเกษตรกรรมและไปรับจ้าง เด็กอยู่กับผู้สูงอายุที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กน้อย ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการและใช้คู่มือฯได้อย่างมีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจและใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM) เพื่อเป็นการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม ให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความฉลาดทั้งทางด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม พร้อมที่จะเป็นกำลังใจในการพัฒนาชุมชนและประเทศต่อไป
นอกจากนั้นจากสภาพการณ์ในปัจจุบันเรื่องที่น่าเป็นห่วงในเด็กปฐมวัย คือเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับการลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถนำไปสู่การเสียชีวิต ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกหารเล็งเห็นว่าควรจัดให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัย เพื่อที่จะช่วยเหลือตนเองได้เมื่อเจอเหตุการณ์ตนเองติดในรถยนต์ โดยการสอนให้เด็กได้เรียนรู้ระบบการทำงานของรถยนต์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อเอาตัวรอด เช่น การลดกระจกประตูรถยนต์ การใช้แตร และทดลองให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริง และสร้างองค์ความรู้แก่และผู้ปกครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ผู้ใหญ่จะต้องมีสติตลอดเวลา ตรวจตราภายในรถยนต์ให้ระเอียดรอบคอบว่าไม่ลืมเด็กไว้ในรถยนต์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสำหรับครูและผู้ปกครอง หากพลาดพลั้งไปอาจเกิดการสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้
และเรื่องที่น่าเป็นห่วงและวิตกกังวลสำหรับครูและผู้ปกครอง คือการลดอุบัติเหตุจากการจมน้ำ(อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม) การมีวินัยในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรบนท้องถนน(สวมหมวกกันน๊อก) เนื่องจากอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นกับเด็กได้ จึงจำเป็นที่จะต้องนำเรื่องการป้องกันการจมน้ำไว้ในกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ครูได้สอนให้เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรู้จักแหล่งน้ำ และสอนให้เด็กได้รู้จักการช่วยเหลือคนตกน้ำหรือจมน้ำ โดยเน้นหลัก ''ตะโกน โยน ยื่น'' จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายในการให้การเรียนรู้ และส่งเสริมให้เด็กรู้จักวินัยการจราจรสวมหมวกนิรภัย(กันน๊อต) เพื่อลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บที่ศรีษะและลดอาการรุนแรงของการบาดเจ็บ การส่งเสริมให้สวมหมวกนิรภัย(กันน๊อต) จึงเป็นวิธีการสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ศรีษะเนื่องจากอุบัติเหตุ ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจในการขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัยบนท้องถนนโดยการสวมหมวกนิรภัย(กันน๊อต)
ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ที่ได้กล่าวมา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกหารมีความตระหนักในเรื่องความสำคัญของการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และ ลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ การพัฒนาปฐมวัย เด็กติดในรถยนต์ เด็กจมน้ำ และการรักษาวินัยจราจรด้วยการสวมหมวกนิรภัย(กันน๊อต) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคกหารจึงขอเสนอโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และ ลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
- 1.เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย และปลอดภัยจากอุบัติเหตุของเด็ก
- 2.เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู ครูผู้ดูแลเด็ก มีความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงอายุ และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
- 3.เพื่อให้ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
- โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
- โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย
1.นักเรียนมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยและปลอดภัยจากอุบัติเหตุของเด็ก2.ผู้ปกครอง ครู ครูผู้ดูแลเด็ก มีความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงอายุ และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย3.นักเรียนผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และลดอุบัติเหตุในเด็กปฐมวัย