โครงการตรวจคัดกรองและให้ความรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
โครงการตรวจคัดกรองและให้ความรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจคัดกรองและให้ความรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแพรกหา | |
| วันที่อนุมัติ | 5 เมษายน 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 38,150.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุพิธพงษ์ ศุภเศรษฐ์ศิริ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไๆป ทำให้สภาพปัยหาทางสุขภาพเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันแนวโน้มปัญหาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัใจและหลอดเลือด โรคเหล่านี้เป็นปัยหาที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งนับวันทะวีความรุนแรง เนื่องจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และสภาพแวดล้อม ส่งผลต่อวิถีชีวิตและก่อให้เกิดพฤติกรรมการสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากไม่สามารถหยุดพฤติกรรม ดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วย และเสียชีวิตตามมา นอกจากนี้ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา จากการคัดกรองโรคในประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจาการคัดกรอง (ไม่รวมผู้ป่วย) จำนวน 2,152 คน อยู่ในกลุ่มปกติ จำนวน 1,761 คน คิดเป็นร้อยละ 81.83 จำนวนประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจาการคัดกรอง (ไม่รวมผู้ป่วย) อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยง จำนวน 211 คน คิดเป็นร้อยละ 10.27 จำนวนประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในกลุ่มสงสัย จำนวน 159 คน คิดเป็นร้อยละ 7.39 และจำนวนประชากรที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดจาการคัดกรอง 2,663 คน
- เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ร้อยละ 90
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงตามหลัก 3 อ 2 ส ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเบาหวาน
- เพื่อติดตามกลุ่มสงสัยความดันโลหิตสูงติดตามสัดความดันโลหิตที่บ้าน หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงร้อยะล 90 2.กลุ่มเสี่ยงจาการคัดกรองได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ 2 ส 3.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ได้รับการเจาะ FBS ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 4.กลุ่มสงสัยความดันโลหิตสูงติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน ร้อยละ 90 5.กลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 40