กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการกำจัดเหาในโรงเรียน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการกำจัดเหาในโรงเรียน
รหัสโครงการ L3342
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนวัดป่าบอนต่ำ(ระแบบ-ถวิลประชาสรรค์)
วันที่อนุมัติ 11 พฤษภาคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 16 พฤษภาคม 2566 - 30 ตุลาคม 2566
งบประมาณ 13,751.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางนงเยาว์ คงนาลึก
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลป่าบอน อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การดูแลความสะอาดของร่างกายในเด็กวัยเรียนเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดบริเวณศรีษะ ทั้งนี้เหาเป็นแมลงขนาดเล็กไม่มีปีกเป็นตัวเบียดเบียนกินหนังศรีษะและดูดเลือดเป็นอาหารโดยอาศัยบนศรีษะที่ไม่สะอาด เหามักจะระบาดและแพร่กระจายในกลุ่มนักเรียนก่อนประถมและประถมศึกษา ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 4-14 ปี เหาเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความรำคาญทำให้ขาดสมาธิในการเรียนและเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม รวมทั้งก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ด้วย โดยส่วนมากนักเรียนที่เป็นเหามักเป็นผู้ที่มีสุขวิทยาส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง เหาเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของศรีษะอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากเหาสามารถติดต่อกันได้ง่ายทั้งระหว่างนักเรียนด้วยกันและนักเรียนกับบุคคลในครอบครัว การแก้ปัญหาเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคเหาในโรงเรียน คือต้องกำจัดเหาและปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้องจริงจังเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศรีษะ ดังนั้นโรงเรียนวัดป่าบอนต่ำ(ระแบบ-ถวิลประชาสรรค์)จึงได้จัดทำโครงการกำจัดเหาในเด็กวัยเรียนขึ้นเพื่อกำจัดเหาในนักเรียน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการดูแงรักษาความสะอาดของร่างกายและศรีษะ ที่จะช่วยป้องกันโรคเหาและลดการแพร่ระบาดต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1)นักเรียนในโรงเรียน มีสุขภาพทางกายที่ดี
  2. 2)นักเรียนมความรู้ในเรื่องเหาและการกำจัดเหาที่ถูกวิธี
  3. 3)ควบคุมการระบาดของโรคเหาในเด็กนักเรียน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ

ขั้นงาวแผน 1ประชุมชี้แจงแผนงานดำเนินงานโครงการ ขั้นดำเนินการ 2แต่งตั้งคณะทำงาน 3จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ขั้นตรวจสอบ 4นิเทศติดตาม/ประเมิน ขั้นการปรับปรุง/พัฒนา 5สรุปผล/จัดทำรายงานเพื่อพัฒนาปรับปรุงต่อไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1นักเรียนได้รับความรู้เรื่องโรคเหาและการดูแลรักษาด้วยตนเอง 2ลดการระบาดของโรคเหาในโรงเรียน 3เด็กนักเรียนสามารถดูแลสุขภาพร่างกายตนเองได้อย่างถูกต้อง