โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย
โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย | |
| รหัสโครงการ | 66-L1521-01-19 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ | |
| วันที่อนุมัติ | 16 พฤษภาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 31 สิงหาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 15,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายชาติชาย สุทธิธรรมานนท์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
ประชาชนทางภาคใต้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเกษตรกรมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น เนื่องจากรูปแบบการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การเกษตรเพื่อการบริโภคมาเป็นการเกษตรทางเศรษฐกิจ เกษตรกรต้องการเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพของสินค้า สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชชนิดออกาโนฟอสและคาร์บาร์เมทได้ถูกนำมาใช้ในแปลงผักและไร่นาของเกษตรกรอย่างแพร่หลายและสารเคมีกำจัดวัชพืช ประเภทไกลโฟเซต พาราควอท ประกอบกับการขาดองค์ความรู้ในการใช้สารเคมีส่งผลให้เกิดสารพิษตกค้างในผัก และสะสมในลำห้วย หนอง คลองบึง ฯลฯ การบริโภคผักและใช้แหล่งน้ำที่มีการสะสมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้ร่างกายที่ได้รับสารพิษมีอาการเฉียบพลัน อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง ตาพร่า หายใจติดขัด ฯลฯ
จากการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลผลการตรวจเลือดประชาชนจังหวัดตรัง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ถึง ๒๕๖๒ พบว่า มีประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยง อยู่ระหว่างร้อยละ ๑๐.๖๓ – ๒๔.๙๕ และในปี ๒๕63 มีแนวโน้มจะสูงขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จังหวัดตรังได้ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยรางจืดเพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดภาวะเสี่ยง ซึ่งจากข้อมูลพบว่าวิธีดังกล่าวได้ผลดี โดยทำให้กลุ่มเสี่ยงกลับไปเป็นกลุ่มปกติ ถึงร้อยละ ๙๓.๕ -๙๕.๐ จังหวัดตรังได้กำหนดยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อรองรับปัญหาสุภาพตามกลุ่มวัย ซึ่งกลุ่มหนึ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพคือกลุ่มวัยแรงงาน เนื่องจากกลุ่มนี้คือกำลังหลักของสังคมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดูแลสถาบันครอบครัว
ปี ๒๕๖๑โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ ได้จัดกิจกรรมตรวจเลือดเกษตรกรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทำการคัดกรองจำนวน ๑๐๐ คน พบว่า มีกลุ่มไม่ปลอดภัย ๔๐ คน คิดเป็น ร้อยละ ๔๐ หลังจากให้รับประทานยาสมุนไพรรางจืด พบว่าจากที่เป็นกลุ่มไม่ปลอดภัย ดังกล่าว ลดลงเป็นกลุ่มปลอดภัย ๓๓ คน กลุ่มเสี่ยง ๔ คน กลุ่ม ปกติ ๓ คน
ปี๒๕๖๒ ได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชน จากภัยสารเคมีกำจัด ศัตรูพืชและส่งเสริมสุขภาพลดเสี่ยงลดโรคด้วยสมุนไพรไทย มีเป้าหมายจำนวน ๒๐๑ คน ซึ่งผลการดำเนินโครงการพบว่า ดังนี้ ผลเลือดไม่ปลอดภัย จำนวน ๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๔๘ ผลเลือดมีความเสี่ยง จำนวน ๔๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๓๘ ผลเลือดปลอดภัย จำนวน ๑๐๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๗๔ และผลเลือดระดับปกติ จำนวน ๓๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๔๐ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ ได้นัดกลุ่มเป้าหมายมาให้ความรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แจกคู่มือ ในการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย และการใช้ยากำจัดศตรูพืชอย่างปลอดภัย
ปี2564 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ ได้ร่วมจัดกิจกรรมตรวจเลือดเกษตรกรกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 100 คน พบว่า ผลไม่ปลอดภัย จำนวน 2 คน ผลเลือดมีความเสี่ยง จำนวน 8 คน ผลเลือดปลอดภัย จำนวน 32 คน และผลเลือดปกติ จำนวน 58 คน จึงเห็นได้ว่า กลุ่มเป้าหมายในแต่ละปีมีผลเลือดไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยง มีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากได้รับประทานยาสมุนไพรรางจืด เพื่อลดสารเคมีในร่างกาย
- ๑.เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนผู้บริโภค ได้รับการเจาะเลือด ตรวจคัดกรอง ค้นหาระดับสารเคมีฆ่าแมลงตกค้างในร่างกายโดยวิธี Reactive Paper test ๒.เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่ตรวจพบภาวะเสี่ยงในระดับมีความเสี่ยงและระดับไม่ปลอดภัย ได้รับการส่งเสริมสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย ๓.ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องสมุนไพรรางจืดมากขึ้น และสามารถใช้บริโภค ลดความเสี่ยงโรคที่เกิดจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง
- ๑.จัดเตรียมข้อมูล ๒.ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง ๑.จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ๒.จัดกิจกรรมตรวจคัดกรองตรวจเลือดกลุ่มเป้าหมาย ๓.จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องภัยสารเคมี ๔.ส่งเสริมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงทุกรายด้วยสมุนไพรรางจืดต่อเนื่อง ๑๐ วัน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑.ทำให้ประชาชนชาวกะลาเสได้ทราบสถานการณ์ความเสี่ยงสุขภาพประชาชนจากสารเคมีตกค้างในร่างกายเพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมการลดผลกระทบจากโรคที่สืบเนื่องจากพิษสารเคมีกำจัดแมลงและสารเคมีกำจัดวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.ประชาชนเห็นคุณค่าสมุนไพรไทยในการสร้างเสริมสุขภาพและสามารถใช้สมุนไพรรางจืดเพื่อป้องกันพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ปนเปื้อนมากับอาหารได้อย่างถูกต้อง
๓.เกษตรกรมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ถูกต้องปลอดภัยและประชาชนเกิดพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพที่ดี
๔.เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพของชาวบ้านกะลาเส