โครงการฟันสวยหนูน้อย ยิ้มใส
โครงการฟันสวยหนูน้อย ยิ้มใส
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการฟันสวยหนูน้อย ยิ้มใส | |
| รหัสโครงการ | 66-L4119-3-1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด | |
| วันที่อนุมัติ | 30 พฤษภาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 13,210.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางแวกอลีเยาะ เจ๊ะอุบง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา |
ด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยีความทันสมัยทำให้เด็กติดกับการบริโภคนิยมทั้งด้านวัตถุสิ่งของอาหารเด็กส่วนมากมักบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์เช่นขนมขบเคี้ยว ทอฟฟี่ ช็อกโกแลตขนมหวานต่างๆการที่เด็กทานอาหารเหล่านี้เข้าไปจะทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องฟันผุซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับเด็กช่วงอนุบาลเป็นส่วนมากการที่จะปลูกฝังให้เด็กรักการแปรงฟันนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ปัญหาให้ฟันผุลดน้อยลงการที่เด็กจะปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอนั้นต้องมีแรงจูงใจหรือการกระทำร่วมกันเป็นกลุ่มดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงคิดว่าจะมีการจัดโครงการ"ฟันสวยด้วยมือเรา"ขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปุยุด การทำให้เด็กรักการแปรงฟันได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพของตนเองเนื่องจากสุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย การดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีจึงมีผลต่อการมีสุขภาพกายที่ดีด้วย แต่ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากภายในช่องปากเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวปัญหาซึ่งเกิดจากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันด้วย ยกตัวอย่างเช่นโรคฟันผุซึ่งเป็นปัญหาในช่องปากที่พบได้ทั่วไป ก็มีปัจจัยร่วมหลายๆอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดโรคนอกเหนือไปจากเชื้อโรคในช่องปาก เช่นอาจมาจากตัวบุคคลเองที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและการทำความสะอาดช่องปากของตนเอง การอยู่ในครอบครัวขาดการดูแลเอาใจใส่ หรือสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการใส่ใจสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้สื่อโฆาณาเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มก็มีอิทธิพลอย่างมากในสังคมปัจจุบัน สภาพเศษฐกิจ สสังคม และวัฒนธรรมต่างๆล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน จากการสำรวจทันตสุขภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปุยุด พบปัยหาดังนี้ 1.ปัญหาโรคฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียน มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ 2.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะโรคฟันผุในเด็กเล็ก เนื่องจากประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันซึ่งร่วมถึงค่ารักษาฟัน 3.ปัญหาด้านสังคมปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องทำงานนอกบ้าน ไม่ค่อยมีเวลาดูแลอยู่กับลูก ประกอบกับขาดความรู้ และไม่เห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพฟันของลูกทำให้เด็กมีฟันผุมากขึ้น 4.ปัญหาสิ่งแวดล้อม การโฆษณาขนมหวานผ่านสือต่างๆและการซื้อได้ง่ายในชีวิตประจำวันส่งเสริมให้เด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคฟันผุมากขึ้น ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญในการปูพื้นฐานการดูแลทันตสุขภาพที่ดี โดยผู้ปกครองเด็กเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ในการปลูกฝังและเตรียมความพร้อมให้เด็กทั้งด้านร่างกาย สังคมอารมณ์ และสติปัญญา ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทีมีสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้เเละได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลช่องปากในเด็ก และรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของเด็กเล็กฟันดีเริ่มที่ซี่แรก หากเราวางรากฐานเรื่องสุขภาพและสุขภาพช่องปากแก่เด็กวัยเรียนพร้อมกับสอดแทรกความรู้เรื่องการแปรงฟันท่ถูกวิธีในรูปแบบที่เหมาะสมกับเด็กๆนั้น เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ตระหนักเห็นว่า เรื่องของทันตสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบแล้วปรับเปลี่ยนปลูกฝังพฤติกรรม อาจจะทำให้ปัญหาสุขภาพในช่องปากโดยเฉพาะเด็กก็จะมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด และคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลธารโต จึงได้คิดที่จะกระตุ้นความสนใจของเด็กให้หันมาสนใจและให้ความรู้ทันตอนามัยเรื่องสุขภาพและสุขภาพช่องปากมากขึ้นโดยจัดกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน เน้นการมีส่วนร่วม สอดแทรกไปกับความรู้ต่างๆเพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ไกลตัวและยากอย่างที่คิด และเพื่อให้เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปเผยแพร่ยังกลุ่มเพื่อนตลอดจนผู้ใก้ลชิดต่อไป
- เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทันตสุขภาพช่องปากให้เด็กปฐมวัยให้มีความรู้เกี่ยวกับทันตอนามัยในเด็กก่อนวัยเรียน(ปฐมวัยและสามารถนำความรู้ที่ได้รับนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้)
- เด็กปฐมวัย สามารถนำไปถ่ายทอดความรู้แก่กลุ่มเพื่อนซึ่งกันและกันได้ รวมทั้งได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเเละส่งต่อมารับการรักษาที่จำเป็น ต่อไป
- เพื่อให้เด็กปฐมวัย รู้จักรักษาความสะอาดภายในช่องปากและฟัน สามารถแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร เเละส่งเสริมการรวมกลุ่มการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยร่วมกับเพื่อนและผู้ปกครองและดูแลสุขภาพของตนเองได้ถูกต้อง
1.เด็กปฐมวัย มีความรู้ความสามารถและทักษะในการดูแลสุขภาพฟันช่องปาก 2.เด็กปฐมวัยสามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี 3.เด็กปฐมวัยสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ถูกต้องตามหลักสาธารณสุขได้ดียิ่งขึ้น 4.ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีเเละสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองและบุตรหลานได้ 5.ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัยสามารถตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้นของตนเองได้ 6.เด็กปฐมวัยที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากและได้รับคำแนะนำและส่งต่อมารับการรักษาที่จำเป็นที่โรงพยาบาลได้ 7.เด็กปฐมวัยที่มีโรคฟันผุระยะเริ่มแรก ให้สามารถลดปริมาณลง หลังจากได้รับความรู้ความเข้าใจจากการร่วมกิจกรรม/โครงการครั้งนี้และได้เรียนรู้วิธีการแปรงฟันให้แก่ผู้ปกครองที่ถูกวิธี 8.เด็กปฐมวัยตระหนักถึงการแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารทุกมื้อ 9.เด็กปฐมวัย มีความสามารถในการรักษาความสะอาดในช่องปากเเละฟัน 10.เด็กปฐมวัย สามารถเรียนรู้การเข้ากลุ่มกับเพื่อนเเละผู้ปกครองหรื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 11.เด็กปฐมวัยมีสุขภาพฟันที่สดใสแข็งแรง และลดปัญหาฟันผุของเด็กปฐมวัย