โครงการหนูน้อยฟันสวย สุขภาพฟันดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ
โครงการหนูน้อยฟันสวย สุขภาพฟันดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการหนูน้อยฟันสวย สุขภาพฟันดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ | |
| รหัสโครงการ | 66-L4119-3-6 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ | |
| วันที่อนุมัติ | 30 พฤษภาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 8,250.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางรูฮานี ระเด่นกุล | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา |
ด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ความทันสมัย ทำให้เด็กในวัยก่อนเรียนนี้เป็นเด็กที่ติดกับการบริโภคนิยม ทั้งทางด้านวัตถุ สิ่งของ อาหารเด็ก อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น ขนมขบเคี้ยว ท็อฟฟี่ ช็อกโกแลต ขนมหวานต่างๆ การที่เด็กทานอาหารเหล่านี้เข้าไปมาก และเกิดจากพฤติกรรม การเลี้ยงดูของผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดู เนื่องจากการรักษาโรคฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียนทำได้ยาก เพราะเด็กให้ความร่วมมือน้อย แนวทางที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ควรเน้นไปที่การป้องกัน การเกิดฟันผุ ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น ซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี สามารถเก็บรักษาฟันให้มีสุขภาพดีและใช้งานได้ เด็กช่วงอายุ 0-5 ปี เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดต่อพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และสมอง ซึ่งในเรื่องของสุขภาพฟันของเด็กวัยนี้ จากการสำรวจสุขภาพฟันของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ พบว่าในทุกๆปีมีอัตราฟันผุเฉลี่ย ร้อยละ 50 จากข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงสภาพปัญหาทางทันตสุขภาพของเด็กที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอ จึงได้จัดทำโครงการหนูน้อยฟันสวย สุขภาพฟันดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านมายอขึ้น เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กและชุมชนตระหนักถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางสุขภาพในช่องปากต่อไป
- เพื่อให้เด็ก ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก มีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันได้อย่างถูกวิธี
- เพื่อให้ความรู้ และฝึกทักษะในการดูเเลเด็ก เกี่ยวกับการทำความสะอาดช่องปากและการให้โภชนาการที่ถูกต้องตามวัย
- เพื่อลดปัญหาในช่องปาก(ฟันผุ)ของเด็ก
1.เด็กก่อนวัยเรียนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี 2.ผู้เข้าร่วมอบรมมีทัศนคติที่ดี มีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากและโภชนาการที่ถูกต้อง 3.ช่วยลดการเกิดปัญหาทางทันตกรรมในอนาคต