โครงการเยาวชนยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติด หลักสูตรเยาวชนต้นกล้าต้านภัยยาเสพติด
โครงการเยาวชนยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติด หลักสูตรเยาวชนต้นกล้าต้านภัยยาเสพติด
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเยาวชนยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติด หลักสูตรเยาวชนต้นกล้าต้านภัยยาเสพติด | |
| รหัสโครงการ | 66-L8411-02-20 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมกีฬาเยาวชนบ้านตาเนาะปูเต๊ะใน | |
| วันที่อนุมัติ | 20 กรกฎาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 33,800.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอับดุลเลาะ มูเซ๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา |
ด้วยปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดยังคงระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พบว่าเด็กและเยาวชน จำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งเกิดจากความตั้งใจ และเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เด็กและเยาวชน มีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอีก เช่นเด็กและเยาวชนที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ การสร้างการยอมรับ กล้าทำในสิ่งที่ท้าทาย การชักจูง และการหลอกลวง เป็นต้น ดังนั้น เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติดและสิ่งสำคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถป้องกันตนเอง สามารถยับยั้งความต้องการของจิตใจตนเอง และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และสังคม
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันยาเสพติด โรคติดต่อจากการติดยาเสพติด ดูแลสุขภาพ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจ ไม่ตกเป็นทาสของยาเสพติด พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันดูแลและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของเด็ก และเยาวชน
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม สามารถประชาสัมพันธ์การดำเนินของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น โดยชุมชนมีความตระหนัก และมีบทบาทร่วมในการจัดการกับปัญหาสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการรักษาพยาบาล
- อบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติด
1 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถป้องกันตนเอง สามารถยับยั้งความต้องการของจิตใจตนเอง และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และสังคม 2 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันยาเสพติด โรคติดต่อจากการติดยาเสพติด ดูแลสุขภาพ ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 3 ผู้เข้าร่วมรับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจ ไม่ตกเป็นทาสของยาเสพติด พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันดูแลและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของเด็ก และเยาวชน 4 ผู้เข้ารับการอบรม สามารถประชาสัมพันธ์การดำเนินของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น โดยชุมชนมีความตระหนัก และมีบทบาทร่วมในการจัดการกับปัญหาสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการรักษาพยาบาล