โครงการเจาะเลือดใกล้บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
โครงการเจาะเลือดใกล้บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเจาะเลือดใกล้บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L1466-01-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเกลือ | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กรกฎาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2566 - 15 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 23,600.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายดุสิต นะสม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเกลือ ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตและคร่าชีวิตมนุษย์มากที่สุดโรคหนึ่ง สำหรับประเทศไทยแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยเบาหวานปีละ 2หมื่นคน จากข้อมูล Health Data Center (HDC) พบว่า ปี 2559-2561 อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานของจังหวัดตรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือ ร้อยละ 4.68, 4.81 และ 5.04 ตามลำดับ แสดงว่า โรคเบาหวานมีแนวโน้มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีความชุกค่อนข้างสูง และนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรื้อรังหรือรุนแรงได้ อาทิ เช่น ภาวะหลอดเลือดตีบแข็ง ความดันโลหิตสูง จอประสาทตาเสื่อม ไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด ร่วมกับเป็นแผลเรื้อรัง ติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่เกิดขึ้นเหล่านี้ สามารถส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา ทั้ง ทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รวมทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจของครอบครัว ซึ่งผู้ป่วยเรื้อรังต้องมีการเจาะเลือดประจำทุกปีดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเกลือ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและดูแลป้องกันภาวะแทรกซ้อน ได้จัดทำโครงการเจาะเลือดใกล้บ้านลดความแออัดในโรงพยาบาล การเก็บและการส่งตัวอย่างที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ใกล้บ้านก่อนนัดพบแพทย์ อยู่ระหว่างดำเนินการ เน้นเจาะเลือดในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายเก่าและรายใหม่ที่มีอาการคงที่ สามารถควบคุมโรคได้ดี จุดหนึ่งที่ทำให้เกิดความแออัดในโรงพยาบาลคือระยะเวลาในการรอคอยการเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องดีที่ จัดทำโครงการการเจาะเลือดใกล้บ้านที่สถานบริการ รพ.สต. ก่อนพบแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลของประชาชนที่เข้ามารับบริการได้มากกว่า 2-5 ชั่วโมง ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมการจัดบริการแบบ New Normal ช่วยให้การรักษาระยะห่างในขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโดย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวาน เป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลทุกๆช่วงเวลาหนึ่ง การเจาะเลือดนอกหน่วยบริการหรือโรงพยาบาล จะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ป่วยให้แพทย์เรียกดูข้อมูลผลการเจาะเลือดผ่านระบบออนไลน์เพื่อประกอบการตรวจรักษาหรือปรับยาให้เหมาะสมได้ จากนั้นเวลารับยาก็ยังมีโครงการส่งยากลับสู่รพ.สต. ทำให้ภาพของการจัดบริการในรูปแบบ New Normal มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังคงได้รับบริการที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าการเดินทางมาโรงพยาบาลเช่นเดิม
- เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรังทุกคนได้รับบริการที่ดี ลดความแออัด ลดการรอคอย ลดภาวะค่าใช้จ่ายการเดินทาง
- เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรังได้รับการตรวจเจาะเลือดประจำทุกปี ลดภาวะแทรกซ้อน พร้อมส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
- เสนอแผนงานเพื่อให้อนุกรรมการกลั่นกรองและเสนอแผนงาน/โครงการต่อคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อขออนุมัติงบ
- ประชุมชี้แจงแนวทางในการสำรวจผู้ป่วยเรื้อรังเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงร่วมกับแกนนำสุขภาพในชุมชน เพื่อให้ติดตามผู้ป่วยเรื้อรังเข้าร่วมโครงการร่วมกับการประชาสัมพันธ์
- ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลกันตัง ในการดำเนินงานตามโครงการ เช่น วัสดุอุปกรณ์การเจาะเลือด
- ประสานงานโรงพยาบาลกันตังในกรณีที่ส่งต่อผู้ป่วยที่เจาะโรงพยาบาล
- สรุปผลการดำเนินงาน
- รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเอง มิให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ทางตาและทางเท้า ช่องปากได้
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับการตรวจเจาะเลือดประจำปี ตรวจผลเลือดพบความผิดปกติได้รับการแก้ไขปัญหาภาวะแทรกซ้อนและส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
- เพิ่มความสะดวกและสามารถลดภาวะความแออัดในโรงพยาบาล
- มีการจัดทำข้อมูลด้านสุขภาพในผู้ป่วยเรื้อรังเป็นปัจจุบันและต่อเนื่อง