โครงการผู้สูงวัยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพจิต ชุมชนกุบังจามัง ต.ฉลุง
โครงการผู้สูงวัยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพจิต ชุมชนกุบังจามัง ต.ฉลุง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการผู้สูงวัยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพจิต ชุมชนกุบังจามัง ต.ฉลุง | |
| รหัสโครงการ | 66-L8409-02-28 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่ม สร้างสรรค์กิจกรรมชุมชนบ้านกุบังจามัง | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กรกฎาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 10,275.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายธันวา เด็นหลี นางสาวสุไลล่า หมันวาหาบ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
ผู้สูงอายุในชุมชนกุบังจามังเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเปราะบางสูงมาก ภาวะเปราะบางไม่ใช่แค่โรค แต่ยังเป็นภาวะหนึ่งของร่างกายซึ่งอยู่ระหว่างกลางของความสามารถในการทำงานได้ กับ ภาวะไร้ความสามารถและอยู่ระหว่างความสุขภาพดีกับความเป็นโรค นับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบบ่อยผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ที่มีภาวะเปราะบางความสามารถทางกายภาพของระบบต่างๆ ภายในร่างกายจะลดลงและเพิ่มความรุนแรงความเจ็บป่วย การบกพร่องทางความคิด การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลงทั้งการเดินและการทรงตัว จนอาจเกิดพรัดตกหกล้มและเกิดภาวะพึ่งพาในที่สุด ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเครียดจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้สูงอายุไม่มีความสุข หดหู่เบื่อหน่าย มองว่าตนเองไม่มีคุณค่า กังวลลูกหลานจะทิ้งขว้าง บางรายมีอาการตรงกันข้าม หงุดหงิด โมโหง่าย เอาแต่ในตัวเอง น้อยใจง่าย ทะเลาะกับลูกหลานบ่อยครั้ง นอกจากนี้อาการทางจิตใจส่งผลให้เกิดอาการทางร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เบื่ออาหาร ชอบพูดเรื่องเศร้าๆ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีความคิดทำร้ายตนเองได้ จากสถานการณ์ปัญหาข้างต้นที่กล่าวมา จึงต้องมีการจัดทำโครงการผู้สูงวัยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพจิต ชุมชนกุบังจามัง ต.ฉลุงโดยเลือกพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลฉลุง เป็นพื้นที่นำร่อง โดย ชุมชนกุบังจามัง หมู่7 ตำบลฉลุง มีประชากรทั้งหมด 995 คน มีจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 133 คน โดนแบ่งออกเป็น3กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม 108 คน กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน 22 คน และ กลุ่มผู้สูงอายุติดเตียง 3 คน ปัญหาที่รบกวนจิตใจผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว และผู้สูงอายุไวต่อความรู้สึกมากที่สุด คือการเสียหน้า การเสียคุณค่าและการเสียความเคารพจากผู้อื่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ คือกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคมและกลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน รวมจำนวน 35 คน ดังนั้น การสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุด้านจิตใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้เข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ทางด้านสังคม จะเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้สูงอายุรับมือกับสภาวะอารมณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้
- 1. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม 2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย ลดอาการของโรคประจำตัว
- กิจกรรม เวทีส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงสร้างสรรค์ - การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง รับฟังปัญหา และ ให้คำแนะนำ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา โรงพยาบาลสตูล - การนันทนาการในการส่งเสริมสุขภาพจิต โดยการเล่นเกมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความผ่อนคลายและสนุกกับกิจกรรม
- กิจกรรม ติดตามการประเมินสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
- ลงพื้นที่ติดตามประเมินสุขภาพจิต 3 ครั้ง ก่อนเข้าร่วมโครงการ ระหว่าโครงการ หลังโครงการ โดยใช้แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการประเมินรวมถึงการพูดคุยรับฟัง ดูพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง
- กิจกรรม ส่งเสริมการออกกำลังกายยามเช้าเพื่อสุขภาพ - ชวนผู้สูงอายุออกกำลังกายตอนเช้า สัปดาห์ละ3 ครั้ง หลังละหมาดซูโบะ เช่นการเดินระยะทางใกล้ๆ บริหารมือ เท้า และอวัยวะส่วนอื่นๆ แบบเบาๆ ใช้ท่าการออกกำลังกาย แบบ รำไทเก็ก เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุออกแรงมากเกินไป จะมีการจดบันทึก การออกกำลังกายในทุกครั้ง ตลอดโครงการ - บางสัปดาห์ หลังออกกำลังกายมีเวทีจิบชาแชร์เรื่องเล่า เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ระบายและผ่อนคลายความทุกข์สร้างความสุขให้กับตัวเอง โดยจะมีทีมงานชวนคุยระหว่างรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน เดือนละ 2 ครั้ง ภายในระยะเวลาโครงการ 3 เดือน รวมเป็น 6 ครั้ง
- ผู้สูงอายุเกิดความรู้ความตระหนักในการดูแลสุขภาพจิตและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพของตนเอง
- ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีขึ้นทางด้านร่างกาย จิตใจ และ อาการลดอาการของโรคประจำตัว จากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสนอ