กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันเด็ก-เยาวชนจมน้ำ

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันเด็ก-เยาวชนจมน้ำ
รหัสโครงการ 66-L3057-2-8
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมฟิตยะฮ์มัสยิดนูรุลอิฮ์ซานกัมปงอาตัส
วันที่อนุมัติ 30 สิงหาคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 22,650.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายตัรมีซี สาแลแม
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) รายงานการจมน้ำระดับโลก (Global Report on Drowning) ขององค์การอนามัยโลก พบว่าในแต่ละปีมีคนจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง ๓๗๒,๐๐๐ คน คนที่จมน้ำเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ ๕๐ อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า ๒๕ ปี ทั้งนี้ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี พบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ ๓ รองจากโรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) และเอดส์ (HIV) โดยมีการเสียชีวิตปีละ ๑๔๐,๒๑๙ คนประเทศไทยในกลุ่มเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในทุกสาเหตุทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ อัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคน (ปี พ.ศ.๒๕๔๗-๒๕๕๖) อยู่ในช่วง ๗.๖-๑๑.๕ และมีจำนวนการเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ ๑,๒๔๓ คนหรือวันละ ๓.๔ คน อัตราการป่วยตาย (Case Fatality Rate) จากการจมน้ำ เท่ากับร้อยละ ๓๗.๒ กลุ่มประชากรที่เสี่ยงได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีซึ่งมีสัดส่วนการเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำสูงถึงร้อยละ ๓๐ ของทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะเพศชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิงประมาณ ๒ เท่าตัว เด็กอายุ ๕-๙ ปี มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าในทุกกลุ่มวัย จังหวัดตรังมีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากรแสนคนจากการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี จำนวน ๙ ราย คิดเป็น ๖.๗ ต่อประชากรแสนคน และจากข้อมูลการเฝ้าระวังพบว่าเด็กมักจะจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกันครั้งละหลายๆคน เนื่องจากเด็กไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องจึงมักกระโดดลงไปช่วยคนที่ตกน้ำ และจากการศึกษาของสำนักโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรคพบว่าเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ว่ายน้ำเป็นร้อยละ ๒๓.๗ และว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดได้ (มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอด และทักษะการช่วยเหลือ) เพียงร้อยละ ๔.๔ ทั้งนี้เด็กที่เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดในน้ำ และทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ มากกว่าคนที่ไม่ได้เรียนถึง ๗.๔ เท่า, ๒๐.๗ เท่า และ ๒.๗ เท่า ตามลำดับ ช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด เท่ากับ ๑๔๙ คน รองลงมาคือเดือนพฤษภาคมและมีนาคม มีจำนวน ๑๒๗ คนและพฤษภาคม ๑๒๔ คน ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงปิดภาคการศึกษา ทั้งนี้ยังพบว่าในช่วงวันธรรมดามีการเสียชีวิตจากการจมน้ำสูงกว่าช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ทั้งนี้ช่วงเวลา ๑๒.๐๐-๑๗.๕๙ น. ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีการเกิดเหตุสูงสุด สถานที่ที่เด็กตกน้ำ จมน้ำอยู่ที่บ้าน และบริเวณบ้านสูงที่สุด (ร้อยละ ๓๘.๕) แหล่งน้ำที่มีเด็กเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำสูงที่สุด คือ แหล่งน้ำธรรมชาติ (ร้อยละ ๔๙.๔) รองลงมาคือสระว่ายน้ำ (ร้อยละ ๖.๙) และอ่างอาบน้ำ (ร้อยละ ๔.๖) การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนลงเล่นน้ำเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ก่อให้เกิดการตกน้ำ จมน้ำ เด็กอายุ ๑๐-๑๔ ปีที่บาดเจ็บรุนแรงจากการตกน้ำ จมน้ำมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ ๓.๐๓ ในปี 2545 ได้มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตจากการเล่นน้ำในคลองบ้านบน ตำบลปะเสยะวอ ต่อมาในปี 2561 ได้มีประชาชนเสียชีวิตจากการจมน้ำทะเลบริเวณชายหาดบ้านบน(ซัมพลีมอ) ตำบลปะเสยะวอ และในปี 2565 ได้มีเยาวชนในพื้นที่หมู่ 7 เสียชีวิตจากการจมน้ำคลอง ซึ่งพบว่าผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย หากไม่มีการให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในการป้องกันการจมน้ำ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในพื้นที่ตำบลปะเสยะวออาจมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ ภายในพื้นที่ตำบลปะเสยะวอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ชมรมฟิตยะฮ์มัสยิดนูรุลอิฮ์ซานกัมปงอาตัส ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี จึงได้จัดทำโครงการ “การส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันเด็กจมน้ำ”เพื่อให้ทุกคนมีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอด และทักษะการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอด และทักษะการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง
  2. 2 เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำลดลง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. วิธีดำเนินการ
  2. กิจกรรมหลักและกิจกรรมย่อย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอด และทักษะการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง   2. ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำลดลง