โครงการสุขภาพจิตดีวิถีคนเก้าเลี้ยว
โครงการสุขภาพจิตดีวิถีคนเก้าเลี้ยว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสุขภาพจิตดีวิถีคนเก้าเลี้ยว | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ||
| วันที่อนุมัติ | 1 ตุลาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 0.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะซึมเศร้า ขนาด 10.00
ปัจจุบันปัญหาโรคซึมเศร้า นับเป็นโรคหนึ่งที่สร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ป่วย เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะทำให้หมดกำลังใจ ท้อแท้ในชีวิต ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลงอย่างชัดเจน ปัญหาภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิตที่สำคัญของประเทศ และเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิตที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตัววัยรุ่น ครอบครัวและสังคม จากสถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆทำให้ความซึมเศร้าและความเครียดเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง ทุกเวลา ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกาย ให้เตรียมพร้อมที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การที่มีความเครียดมากเกินไปหรือน้อยเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม ครอบครัวและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า ส่งผลให้มีความเครียด วิตกกังวล ทำให้เกิดความท้อแท้สิ้นหวังเบื่อหน่าย ความรู้สึกที่มีคุณค่าในตนเองลดลง มีภาวะซึมเศร้า ปัจจัยทางจิตและปัจจัยทางบุคลิกภาพส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิดการตัดสินใจ และการนำมาซึ่งพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าตัวตายซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของอำเภอเก้าเลี้ยว ดังนั้นทาง โรงพยาบาลเก้าเลี้ยว ได้เล็งเห็นความสำคัญในการป้องกันและค้นหาผู้ที่เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จิตเวชจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตดี วิถีคนเก้าเลี้ยวตำบลเก้าเลี้ยว ประจำปี 2567
- 1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและคนในชุมชนสามารถปฏิบัติตนแก้ไขปัญหาและขจัดความเครียดได้อย่างถูกวิธี 2.เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตในชุมชนตำบลเก้าเลี้ยว
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นและรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง
- ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตาม ดูแลให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ประชาชนกลุ่มที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการดูและส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ทำให้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งภาครัฐและประชาชน
- จำนวนผู้ป่วยจิตเวชรายใหม่เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว