กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลโคกม่วง

โครงการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ 67-L3312-2-14
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านโคกแมว
วันที่อนุมัติ 17 มกราคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 17 มกราคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 15,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายโชคชัย สิงห์ดำ , นางวรัตมา แสงจันทร์
พื้นที่ดำเนินการ พื้นที่เขตเทศบาลตำบลโคกม่วง
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ , แผนงานปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละปริมาณการใช้สารเคมีในการทำการเกษตรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดพัทลุง แสดงถึงจำนวน ผู้ถือครอง และใช้สารเคมีในภาคการเกษตรของตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จำนวนครัวเรือนที่ใช้สารเคมี 888 ครัวเรือน พบจำนวนหมู่บ้านที่มีเกณฑ์การใช้สารเคมี ขนาด 88.71
  2. ร้อยละข้อมูลการใช้สารเคมี โดยเฉพาะหมู่ที่ 10 บ้านโคกแมว มีครัวเรือนทำการเกษตร จำนวน129 ครัวเรือน พบว่า มีครัวเรือนใช้สารเคมี จำนวน 105 ครัวเรือน ขนาด 81.40

หลักการและเหตุผล ประชาชนส่วนใหญ่ของตำบลโคกม่วงประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพหลัก มีการปลูกผักสวนครัว ปลูกไม้ผล และพืชไร่ ส่วนหนึ่งมีใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ทำให้เกษตรกรมีปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง การใช้สารเคมีในกำจัดศัตรูพืช ส่งผลกระทบจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทําให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงเกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของเกษตรกรเอง
สำหรับการรับประทานผัก และผลไม้ที่ปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรที่เป็นสารก่อโรค เช่น โรคมะเร็งนับเป็นสาเหตุหนึ่ง โดยเฉพาะจากยาฆ่าแมลง และยาปราบวัชพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งสมอง และมะเร็งเม็ดเลือด และยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บาเมตบางชนิดเช่น คาร์บาริล (Carbaryl) และคาร์โบฟูแรน (Carbofuran) ที่เป็นสารก่อมะเร็งนอกจากนี้ปริมาณไนเตรท และไนไตรท์ ที่ไม่เพียงแต่ได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูปเท่านั้น แต่ยังได้รับจากพืชผักด้วย โดยในการปลูกผักใบ เกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีธาตุไนโตรเจนสูง เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียม ไนเตรท ปุ๋ยยูเรีย เพื่อส่งเสริมการเจริญของยอดและใบ ทำให้ผลผลิตเจริญเติบโตเร็ว แต่การใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินไป ทำให้มีการตกค้างของไนเตรทปริมาณสูงในผัก และการได้รับสารไนเตรตสะสมเป็นเวลานานๆ นี้เองที่กลายเป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่มไนโตรซามีน (Nitrosamine) ทำให้เกิดมะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งหลอดอาหาร
จากปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดกระแสการบริโภคผักปลอดสารพิษ โดยเฉพาะผักอินทรีย์ เนื่องจากผักในระบบนี้มีความปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีในระบบการผลิต แต่การบริหารจัดการในแปลงค่อนข้างยุ่งยากกว่าการปลูกในระบบเคมี การถ่ายทอดความรู้เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิต คือตัวเกษตรกร มีความสำคัญยิ่งในการสนับสนุนให้เกิด ผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทางกลุ่มจึงจัดทำโครงการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกเพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้มีความรู้พิษภัยของสารเคมีทางการเกษตรต่อสุขภาพแก่เกษตรกร
  2. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกของเกษตรกร
  3. เพื่อส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยจากสารพิษ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ฝึกอบรมความรู้พิษภัยของสารเคมีทางการเกษตรต่อสุขภาพ
  2. พัฒนาทักษะการเพาะปลูกพืชแบบปลอดภัยต่อสุขภาพ
  3. ตรวจสารเคมีตกค้างในผลผลิต
  4. กิจกรรมติดตามและประเมินผลโครงการ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.เกษตรกรมีความรู้ถึงพิษภัยของสารเคมีทางการเกษตรต่อสุขภาพ
2.เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพาะปลูกของเกษตร
3.เกษตรกรมีทักษะการเพาะปลูกพืชแบบปลอดภัยต่อสุขภาพ
4.ผู้บริโภคได้บริโภคผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรไม่มีสารเคมีปนเปื้อน