โครงการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เด็กวังประจันสุขภาพดี
โครงการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เด็กวังประจันสุขภาพดี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เด็กวังประจันสุขภาพดี | |
| รหัสโครงการ | 1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านวังประจัน ตำบลวังประจัน | |
| วันที่อนุมัติ | 25 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 19,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอดิศักดิ์ หลีดินซุด | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
การพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาคน ซึ่งคนที่มีประสิทธิภาพต้องมีการมีการวางรากฐานที่ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คือมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตั้งครรภ์ มีการดูแลครรภ์อย่างมีคุณภาพ มีการคลอดที่ปลอดภัย และได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม มีการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมตามวัยซึ่งการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้ได้ผลดีนั้น ต้องมีการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ผ่านการเล่น จากการศึกษาในหลายๆการศึกษาพบว่าการเล่นมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เช่น ความคิด จินตนาการ ภาษาการเรียนรู้กฎระเบียบทางสังคม วัฒนธรรมการเล่นจะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ความคิด การกล้าทดลองทำสิ่งใหม่ การแก้ไขปัญหาของเด็ก และช่วยในการพัฒนาจิตใจของเด็กให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และมีความสุขจากการเล่นซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการและพัฒนาการบริหารสมองส่วนหน้า ให้รู้จัก “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้ แก้ไขปัญหาเป็น อยู่กับผู้อื่นเป็น และมีความสุขเป็น”ดังนั้นการเล่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กนอกจากจะทำให้เด็กผ่อนคลายความตึงเครียดแล้ว ยังช่วยให้การพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าซึ่งการทำให้เด็กมีทักษะทางสมองที่ดีได้ต้องผ่านการฝึกฝนซ้ำๆตลอดเวลา ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย พ่อแม่ ผู้ปกครองและคุณครูในศูนย์เด็กเล็กจึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการส่งเสริมทักษะสมองเด็กอย่างถูกต้อง เหมาะสม เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างเหมาะสมตลอดช่วงวัย
จากการการศึกษาสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยตำบลวังประจัน ปี 2566พบ เด็ก 0-5 ปีมีพัฒนาการสมวัยรวมทุกด้านในครั้งแรกคิดเป็นร้อยละ 69.48 ซึ่งตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย มากกว่าร้อยละ 80แต่หลังจากที่มีการกระตุ้นพัฒนาการพบว่าเด็กมีพัฒนาสมวัยคิดเป็นร้อยละ 89.55 และจากการศึกษายังพบว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลเด็ก จะพบว่าผู้ปกครองให้เด็กๆ ๐-๕ ปีให้เด็กได้ใช้สื่ออิเลคโทรนิคประเภท โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ แทบเลต มากกว่าวันละ๑ ชม. ในขณะที่การใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมร่วมกับลูกได้แก่ เล่น วาดรูป ระบายสี ทำกิจกรรมนันทนาการต่างร่วมกับลูก อย่างน้อยครั้งละ ๓๐ นาที มีน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าเด็กขาดโอกาสการเล่นกลางแจ้งรวมไปถึงการได้ออกกำลังกายหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง ซึ่งส่งผลทำให้เด็กมีปัญหาภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม โดยพบเด็กมีรูปร่างดีสมส่วนร้อยละ 56.27ซึ่งตกเกณฑ์ตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้เด็กปฐมวัยมีภาวะสูงดีสมส่วน มากกว่าร้อยละ 65แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พ่อแม่ผู้ปกครองขาดความรู้ในการอบรมเลี้ยงเด็กที่ถูกต้อง
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังประจัน ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เด็กไทยสุขภาพดี เพื่อให้เด็ก 0-5 ปี ได้รับบริการส่งเสริมพัฒนาการ การเสริมสร้างระดับสติปัญญา ให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เรียนรู้ การส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กผ่านการเล่นต่อไป
- 1. เพื่อจัดตั้งทีมพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับหมู่บ้าน
- 2.เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยก่อนเรียนมีพัฒนาการทางร่างกายและสมองเจริญเติบโตสมวัย
- 3.เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองของเด็กมีความรู้ความเข้าใจถึงภาวะโภชนาการในเด็ก 0 - 6 ปี
- 4.เพื่อส่งเสริมเด็กปฐมวัยวังประจันได้รับการตรวจฟันและทาฟลููออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
- ประชุมชี้แจงแก่คณะทำงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังประจัน และ นักจัดการสุขภาพระดับตำบล
- กิจกรรมการจัดตั้งทีมพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับหมู่บ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ตัวแทนผู้ปกครอง พร้อมทำแผนการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อดูแลและส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีภาวะโภชนาการที่ดีพัฒนาการสมวัย และปราศจากฟันผุ
- จัดทำกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กปฐมวัย ในเรื่องภาวะโภชนาการ พัฒนาการ และการดูแลฟัน
- กิจกรรมสรุปผลการดำเนินโครงการและเตรียมความพร้อมในการดูแลเด็กต่อเนื่อง
8.1มีทีมพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับหมู่บ้าน เพื่อดูแลและส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีภาวะโภชนาการที่ดีพัฒนาการสมวัย และปราศจากฟันผุ
8.2เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการและสมองเจริญเติบโตสมวัยผลการตรวจพัฒนาการสมวัยมากกว่าร้อยละ 80
8.3ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการในเด็ก และภาวะโภชนาการสูงดีสมส่วนมากกว่าร้อยละ 65
8.4ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลช่องปาก และเด็กได้รับการตรวจฟันและทาฟลูออไรด์ ร้อยละ 70