โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยให้ดี ด้วยวิถีพุทธ
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยให้ดี ด้วยวิถีพุทธ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยให้ดี ด้วยวิถีพุทธ | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านควน | |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 24,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางดุษฎี ช่วยสง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
ผู้สูงอายุหรือคนชรา ตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก หมายถึง คนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และการพัฒนางานด้านสาธารณสุข ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชนดีขึ้น และมีอายุยืนยาว ทำให้ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุถือว่าได้เป็นทรัพยากรของชาติ ที่มีคุณค่าทุกคนควรให้ความรักเคารพ และดูแลเอาใจใส่ เนื่องจากเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์ แก่ประเทศชาติมาก่อน สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และวัฒนธรรมอันดีไปสู่ลูกหลาน แต่ปัจจุบันผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งจากบุตรหลานมากขึ้น ทำกิจวัตรและดูแลตัวเองในเรื่องของความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน
มากขึ้น ฉะนั้นผู้สูงอายุควรต้องได้รับความรู้ในเรื่องการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพปากและฟัน การป้องกันอุบัติเหตุ เหล่านี้ เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองได้ ทำให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุดและส่งผลให้จิตใจสดชื่น แจ่มใส ช่วยให้คนรอบข้าง หรือครอบครัวทั้งสังคมมีความสุขด้วยและครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด แต่มีความสำคัญที่สุด ถ้าครอบครัวให้ความสำคัญและเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุด้วยแล้ว ครอบครัวและสังคมไทยจะมีความสุข และทุกคนทีสุขภาพจิตที่ดีส่งผลให้ร่างกายดีตามมา นอกจากนี้การให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกันจะทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี ชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านควน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพและจิตของผู้สูงอายุ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยให้ดี ด้วยวิถีพุทธ นี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถนำสาระความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพราะผู้สูงอายุต้องรู้จักการดูแลตนเองเป็นเบื้องต้น ลูกหลานจะได้รับการถ่ายทอดจากปู่ย่าตายาย สู่รุ่นต่อรุ่น โดยมีการรวบรวม เผยแพร่ สิ่งที่มีคุณค่าเหล่านั้นสู่สังคม โดยเฉพาะองค์ความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพ
- 1. เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน มีการรวมกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพร่วมกัน
- 2. เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ในด้านต่างๆ เกิดความสนุกสนานในการทำกิจกรรมนันทนาการร่วมกัน
- 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ตามวัย
- อบรมให้ความรู้ จำนวน 2 วัน
- ทำให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน มีการรวมกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
- ทำให้สมาชิกชมรมผู้สูงอายุได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้านต่างๆ เกิดความสุขสนุกสนานใน การทำกิจกรรมร่วมกัน มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
- ทำให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง มีสุขภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น