กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการป้องกันเด็กจมน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการป้องกันเด็กจมน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ 67-L5251-1-03
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลสำนักขาม
วันที่อนุมัติ 15 พฤศจิกายน 2566
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 55,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสุวีณาขวัญหมัด/นายนนท์วัฒน์ เส็มสา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า อุบัติเหตุที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในแต่ละปีประมาณ ๓๗๒,๐๐๐ คน มากกว่าร้อยละ ๕๐ อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า ๒๕ ปี ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เป็นสาเหตุอันดับที่ ๓ รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และเอดส์ สำหรับในประเทศไทย พบเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตเป็นอันดับ ๑ มากกว่าเด็กที่เป็นไข้เลือดออก และจากการจราจร ซึ่งในรอบ ๑๐ ปี ที่ผ่านมาระหว่าง พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๖๐ มีเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตจำนวน ๙,๕๗๔ คน เฉลี่ยเดือนละ ๘๐ คน
        จากข้อมูลมรณบัตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2555-2564 พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการจมน้ำที่มีสาเหตุมาจาก Accidental drowning จำนวน 35,915 คน หรือเฉลี่ยวันละ 10 คน อัตราการเสียชีวิตอยู่ในช่วง 4.8-6.3 ต่อประชากรแสนคน โดยในช่วง 8 เดือน (มกราคม – สิงหาคม) ของปี พ.ศ.2565 พบว่าทุกกลุ่มอายุเสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 2,883 คน เมื่อจำแนกเฉพาะกลุ่มเด็กอายุตำกว่า 15 ปี พบว่าช่วง 10 ปี (พ.ศ. 2555 – 2564) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต จำนวน 7,374 คน หรือเฉลี่ยวันละ 2 คน ส่วนมากเกิดจากการลงไปเล่นน้ำหรือพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อขุด อ่างน้ำ เพราะบ่อน้ำมักจะมีลักษณะที่ลาดชันและลึก ซึ่งบางแห่งไม่มีการสร้างรั้วหรือติดป้ายหรือมีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ ปัญหาจากภัยทางน้ำนอกจากจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและเกิดความพิการโดยไม่สมควรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัจจัยสำคัญของการรอดชีวิตคือ การที่ผู้ประสบภัยต้องสามารถช่วยเหลือตนเองโดยสามารถลอยตัวและว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดได้ และสามารถให้การช่วยเหลือผู้ที่กำลังจะจมน้ำได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในระยะเวลารวดเร็ว จึงจะสามารถช่วยลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต     งานการแพทย์ฉุกเฉิน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลสำนักขาม จึงจัดทำโครงการป้องกันเด็กจมน้ำ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖7 ให้แก่เยาวชนในพื้นที่เทศบาลตำบลสำนักขาม เพื่อจัดให้มีการสอนการลอยตัว การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเบื้องต้น(ตะโกน ยื่น โยน)ให้เยาวชน ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่เด็กและเยาวชนไทยทุกคนต้องได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ การจัดอบรมให้ความรู้แก่ครูผู้ดูแลและเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม จำนวน 3 แห่ง เพื่อสอนให้รู้จักแหล่งน้ำเสี่ยง เน้นการสอน “อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม” และสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือได้ รวมทั้งการสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง พร้อมจัดทำป้ายคำเตือน และจัดให้มีอุปกรณ์สำหรับช่วยคนตกน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ๑. เพื่อให้เด็ก เยาวชนในพื้นที่ ครูผู้ดูแลและเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยอันตรายทางน้ำ
  2. ๒. เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถลอยตัวและว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และสามารถช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) ได้
  3. ๓. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเบื้องต้น(กะโกน ยื่น โยน)ตามหลักมาตรฐานสากล
  4. ๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน
  5. 5.เพื่อให้มีข้อมูลของแหล่งน้ำเสี่ยง และสามารถจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำเสี่ยงให้ปลอดภัยได้
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ป้องกันการจมน้ำแก่ครูผู้ดูแลและเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (สังกัดเทศบาลตำบลสำนักขาม 3 แห่ง)
  2. 2.กิจกรรมลอยตัวได้ ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัย และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR)
  3. 3.กิจกรรมรณรงค์ป้องกันการจมน้ำ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เด็กและเยาวชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยอันตรายทางน้ำ ๒. เด็กและเยาวชนสามารถลอยตัวและว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดได้ ๓. เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเบื้องต้น(กะโกน ยื่น โยน)ตามหลักมาตรฐานสากล ๔. เด็กและเยาวชนมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน 5. ครูผู้ดูแลและเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รู้จักแหล่งน้ำเสี่ยง เน้น “อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม” และสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือได้ 5. ลดความเสี่ยงของเหตุจมน้ำ ในแหล่งน้ำเสี่ยงต่างๆ