ฝาละมีสุขใจ บริโภคปลอดภัย ห่างไกลสารเคมี
ฝาละมีสุขใจ บริโภคปลอดภัย ห่างไกลสารเคมี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ฝาละมีสุขใจ บริโภคปลอดภัย ห่างไกลสารเคมี | |
| รหัสโครงการ | L3338-02-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. หมู่ที่ 1 ตำบลฝาละมี | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มีนาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 31,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางบุญพา พรหมแก้ว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมู่ที่ 1 และ ม.10 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย ขนาด 48.69
- ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด ขนาด 30.34
ประชากรในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมีส่วนใหญ่มีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น หมู่ที่ 1และ 10 ตำบลฝาละมีเป็นพื้นที่ ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวนยางพาราทำนา และทำสวนปาล์มผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าวชมรม อสม. หมูที่ 1 และ 10 ตำบลฝาละมี จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี ประจำปี 2567 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์
- เพื่อลดประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
- เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในการปลูกและบริโภคผักที่ปลอดภัย
- กิจกรรมค้นหากลุ่มเป้าหมาย
- กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง
- จัดให้มีแหล่งเข้าถึงปุ๋ยอินทรีย์ในชุมชน
- ส่งเสริมให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ปลูกผักกินเอง
- จัดประชุมกลุ่มผู้สนใจทั่วไป ในการลูกผักปลอดสารเคมีโดยใช้วัสดุในพื้นท่ีเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมเอง
1.ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนทั่วไปกลุ่มเสี่ยง 2.ประชาชนมีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี 3.ประชาชนได้รับการบริโภคผักปลอดภัย