ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดเสี่ยงลดโรค
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดเสี่ยงลดโรค
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดเสี่ยงลดโรค | |
| รหัสโครงการ | 67-L4152-1-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจือแร | |
| วันที่อนุมัติ | 27 ธันวาคม 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 มิถุนายน 2567 - 21 มิถุนายน 2567 | |
| งบประมาณ | 31,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอามีน มาโซ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่นการเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม
จากการคัดกรองและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปในปี2567 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขเสริมสุขภาพตำบลบ้านจือแร จำนวน 2,293 คน มีกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 541 ราย คิดเป็นร้อยละ 23.59
ดังนั้น ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขเสริมสุขภาพตำบลบ้านจือแร ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค ขึ้น เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้และทักษะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดการเกิดโรคเรื้อรังได้
- เพื่อให้ประชาชนอายุมากกว่า 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและได้รับการตรวจคัดกรองหาน้ำตาลในเลือด
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่เขตรับผิดชอบมีความรู้และทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองที่เหมาะสม
- ตรวจคัดกรองและอบรมให้ความรู้เรื่อง
- อบรมให้ความรู้
8.1 ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูงและตรวจคัดกรองหาน้ำตาลในเลือด 8.2 ประชาชนที่มีกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการดูแลตนเองที่ถูกต้องและต่อเนื่องได้