กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ปรับเปลี่ยน ก่อนสาย การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ปรับเปลี่ยน ก่อนสาย การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ปี 2567
รหัสโครงการ 67-L7012-1-09
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง
วันที่อนุมัติ 10 พฤศจิกายน 2566
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 27,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสุทธิมา พิชัยวงศ์ธรรมมา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ขนาด 30.00

1.1.ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย มีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอายุ ๓๐-๖๙ ปีจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่สำคัญ ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจอุดกั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ และมีแนวโน้มคงที่ในปี ๒๕๖5 และโดยเฉพาะโรคแทรกซ้อนทางหลอดเลือดสมอง มีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงสุดเท่ากับ ๔๔.๓ รายต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะในเพศชายสูงกว่าเพศหญิง 1.2 สภาพปัญหา : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง มีโรงพยาบาลหนองจิกเป็นแม่ข่าย      เป็น รพ.สต.ระดับกลาง รับผิดชอบ ๕ หมู่บ้าน ประชากร ๗,๘๒๓ คน ลักษณะเป็นชุมชนกึ่งเมือง การคมนาคมสะดวก อาชีพหลักส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง รองลงมาทำการเกษตรทำนาทำสวน และค้าขาย ประชาชนสามารถเข้าถึงความสะดวกสบายในการจับจ่าย ซื้อของ ตลาด/ร้านค้า มีสินค้าหาซื้อได้ง่าย ตลาดในพื้นที่ตำบลมีเกือบทุกวัน รวมทั้งมีร้านสะดวกซื้อ เซเว่น ๒ แห่ง มินิบิ๊กซี ๑ แห่ง มินิโลตัส 1 แห่ง สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอาหารได้ง่ายและรวดเร็ว ประชาชนยังไม่มีความตระหนัก หรือมีความรู้ในการเลือก ในการอุปโภค บริโภค รวมทั้งพฤติกรรมสุขภาพในการดูแลตนเอง ขาดการออกกำลังกาย การใช้ชีวิตประจำวันที่มีแต่ความเร่งรีบ ความเครียด การดื่มน้ำหวานมากเกินความจำเป็น จะเห็นได้ว่า ในความสะดวกของการเข้าถึงสินค้าและบริการ อุบัติการณ์การเกิดโรค  ไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ยังคงมีเพิ่มขึ้นในพื้นที่ เขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ่อทอง  มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖3-๒๕๖6 จำนวน 5,4 และ 26 ราย ตามลำดับ(ข้อมูลHDC ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566) ส่วนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ปี ๒๕๖3-๒๕๖6 จำนวน 12,24,และ 27  รายตามลำดับ (ข้อมูลHDC ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566) และผลตัวชี้วัดร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมได้ (มากกว่าร้อยละ ๔๐) ปี ๒๕๖3 –๒๕๖6 ได้ 18.5% , 21.50 %และ ๑24.62 %ตามลำดับ(ข้อมูล HDC ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566) ผลตัวชี้วัดผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ (มากกว่าร้อยละ 60) ปี ๒๕๖3-๒๕๖3    ได้ 25.33 % , 24.93 % และ 24.45%  ตามลำดับ (ข้อมูล HDC ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566)
      จากการวิเคราะห์ข้อมูลจะเห็นได้ว่าในพื้นที่ตำบลบ่อทอง อุบัติการณ์การเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวานรายใหม่ลดลง โดยมีปัจจัยเชิงบวกด้านการเข้าถึง การคัดกรองในชุมชน ซึ่งมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย มีการติดตาม วัดความดันที่บ้าน โดยเครือข่ายชุมชน อย่างต่อเนื่องเสมอมา แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยทำงานที่เป็นโรคเบาหวาน จำนวน ๒๐๐ คน ได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนประจำปี HbA1Cจำนวน 143 ราย คิดเป็น 65.30%,มีระดับ HbA1C

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดประชุม
  2. ให้ความรู้
  3. จัดเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
  4. ติดตามเยี่ยมบ้าน
  5. จัดประชุมชี้แจงวางแผนการทำงาน
  6. จัดอบรมให้ความรู้
  7. จัดเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
  8. ติดตามเยี่ยมบ้าน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้ป่วยเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส.ที่เหมาะสม
      2.ผู้ป่วยเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุม ความดันโลหิตได้ดีขึ้น จากก่อนเข้าร่วมโครงการ 3.ผู้ป่วยเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถคุมค่าน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 4.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับ    ไปแนะนำแก่คนในครอบครัวชุมชน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง