กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมเรียนรู้ดูแลครรภ์และเด็ก 0-5 ปี ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมเรียนรู้ดูแลครรภ์และเด็ก 0-5 ปี ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท้ายน้ำ
วันที่อนุมัติ 1 ตุลาคม 2566
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2566 - 15 สิงหาคม 2567
งบประมาณ 26,500.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายธีรวิชญ์ กล้าหาญ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ , แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

เด็กเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต การที่จะทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย มีความฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันได้อย่างมีคุณภาพนั้น จะต้องได้รับการส่งเสริมจากหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ระบบบริการ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือตัวมารดาเอง ในปี พ.ศ. 2566 ตำบลท้ายน้ำ พบว่าเด็กมี ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 9.72 % , ภาวะท้วม 7.64% และ ภาวะผอม 12.50% ภาวะโภชนาการเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความตระหนัก โดยเฉพาะผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ดูแล ควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องโภชนาการและการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเพื่อที่สามารถทำอาหารที่มีประโยชน์ให้เด็กรับประทาน และสามารถส่งเสริมให้บุตรมีพัฒนาการตามวัยได้ ผู้ปกครองจึงต้องมีการสร้างนิสัยในการบริโภคอาหารที่ถูกต้องให้กับเด็ก เพื่อฝึกนิสัยการรับประทานอาหารที่ถูกต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กองค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ แนะนำว่าลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกด้วยองค์ประกอบด้านโภชนาการ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งจากเซลล์จากแม่ รวมถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารของลูกด้วย เด็กทารกที่เกิดใหม่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่สมบูรณ์ น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกสำหรับเด็ก เพราะมีภูมิคุ้มกันโรคจำนวนมากที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย การได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ทารกเติบโตได้สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นวิธีสร้างสายใยความรักความผูกพันที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งระหว่างแม่กับลูกต้นน้ำนมราชสีห์ เป็นพืชสมุนไพรไม้ล้มลุกขึ้นตามที่รกร้างข้างทาง ลำต้นและใบมีขน ดอกเป็นช่อตามซอกใบ ผลกลมแบ่งเป็น 3 พลู จากผลงานวิจัยพบว่านำหนูตะเภาตัวเมียมาทดลองในระยะที่ให้นม เมื่อกินต้นน้ำนมราชสีห์ปรากฏว่าทำให้มีน้ำนมมากขึ้น และไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใดดังนั้นเมื่อนำมาให้คุณแม่รับประทานจะช่วยขับน้ำนม เพิ่มน้ำนม และช่วยฟอกน้ำนมของสตรีให้สะอาดสำหรับสตรีหลังคลอด ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือหรือ 30-60 g. ต้มน้ำดื่ม แต่ถ้าเป็นต้นแห้ง 6-10 g. (จะใช้รากหรือทั้งต้นก็ได้)ลูกประคบสมุนไพร สรรพคุณ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบและระบมหลังจากการนวด ประโยชน์ต่อคุณแม่หลังคลอด ความร้อนจากลูกประคบจะช่วยให้ก้อนไขมันนมนุ่มขึ้น แตกตัวง่ายขึ้น และช่วยให้น้ำนมไหลออกมาสะดวก และช่วยลดการอุดตันของท่อน้ำนมในปัจจุบันพื้นที่ตำบลท้ายน้ำ มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 3 ปีย้อนหลังลดลง โดยในปี 2564 - 2566 มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ที่ 56.52% , 78.57% และ 70.37% ตามลำดับ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในพื้นที่ คือ แม่ต้องกลับไปทำงานประจำและปริมาณน้ำนมมีไม่เพียงพอให้ลูกดื่ม จนต้องเสริมด้วยนมผง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท้ายน้ำจึงมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของปริมาณน้ำนมมีไม่เพียงพอต่อการบริโภคของทารก โดยการใช้สมุนไพรน้ำนมราชสีห์มาช่วยในการเพิ่มน้ำนมและใช้ลูกประคบในการกระตุ้นเต้านมให้กับมารดาหลังคลอด

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ส่งเสริมเรียนรู้ดูแลครรภ์และเด็ก 0-5 ปี
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. หญิงตั้งครรภ์ได้รับบริการฝากครรภ์คุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
2. หญิงหลังคลอดมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ร้อยละ 60 3. แกนนำกลุ่มจิตอาสาแม่และเด็ก มีทักษะความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ร้อยละ 60 4. ภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-5 ปี ดัชนีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ร้อยละ 65