กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ปี 2567
รหัสโครงการ 2567 - L3309 - 2 - 11
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน รพ.สต.บ้านหวัง
วันที่อนุมัติ 26 เมษายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 18,900.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายบุญเสริม สงแทน ประธานชมรม อสม.รพ.สต.บ้านหวัง
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันโรคปวดเข่าหรือโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นโรคหนึ่งที่เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญระดับโลก องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นเป็น 570 ล้านคน ในปีพ.ศ. 2563 ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ จากการศึกษา พบว่ามีผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า ร้อยละ 43.9 โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาสุขภาพและปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เช่นกัน เนื่องจากก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน เป็นอุปสรรคในการเข้าสังคม ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ต้องรับประทานยากลุ่มNSAIDs เพื่อใช้บรรเทาอาการปวด ซึ่งยากลุ่มจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคไต สาเหตุของการเจ็บป่วย เกิดจาก 1.อายุมากมีโอกาสเป็นข้อเข่าเสื่อมมาก เนื่องจากอายุการใช้งานข้อเข่ามาก พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 2-3 เท่า 2. คนที่มีรูปร่างอ้วน มีโอกาสเป็นข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนผอม 3. การใช้งาน และท่าทาง ในการทำกิจกรรมที่ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ยกของหนัก นั่งพับเพียบ 4. โครงสร้างเข่าผิดรูปตั้งแต่กำเนิด เช่น เข่าโก่ง 5. เคยประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับข้อเข่า 6.โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ , เก๊าท์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปากล่อ พบว่ามีผู้สูงอายุที่เป็นโรคปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อมเข้ารับบริการรักษาเพิ่มขึ้นทุกปี จากการสำรวจข้อมูล ปีงบประมาณ 2562 พบว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อม จำนวน 78 ราย เป็นผู้สูงอายุ จำนวน 32 ราย ใช้ยากลุ่มNSAIDs ในการรักษา (ร้อยละ 81 ) (ฐานข้อมูลเวรสถิติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหวัง) สุขภาพช่องปากถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ ๘ ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ในกลุ่มอายุ๖๐ ปี ขึ้นไป พบว่าร้อยละ 56.1 ของผู้สูงอายุ มีฟันอยู่ในสภาพใช้งานได้๒๐ ซี่ และผู้สูงอายุมีฟันแท้คู่สบ๔ คู่ ขึ้นไป ร้อยละ 40.2ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารลดลงชัดเจน แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีจำนวนมากกว่าครึ่ง มีฟันถาวร 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลือนั้นยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ปัญหาที่สำคัญได้แก่ การสูญเสียฟันโดยเฉพาะการสูญเสียฟันทั้งปากในผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบร้อยละ 8.7 แต่เมื่ออายุ 80-85 ปี เพิ่มสูง ถึงร้อยละ 31.0 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก และจากกการสำรวจสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ หมู่ 3 และ ๔ ตำบลสมหวัง อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง จำนวน144 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีฟันแท้ใช้งานได้ ๒๐ ซี่ขึ้นไป ร้อยละ 38.19เมื่อเทียบกับเป้าหมายทันตสุขภาพแห่งชาติ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และผู้สูงอายุยังขาดความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้น จากสภาพปัญหาดังกล่าวชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลสมหวัง จึงได้จัดทำโสุขภาพช่องปากถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ ๘ ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ในกลุ่มอายุ๖๐ ปี ขึ้นไป พบว่าร้อยละ 56.1 ของผู้สูงอายุ มีฟันอยู่ในสภาพใช้งานได้๒๐ ซี่ และผู้สูงอายุมีฟันแท้คู่สบ๔ คู่ ขึ้นไป ร้อยละ 40.2ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารลดลงชัดเจน แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีจำนวนมากกว่าครึ่ง มีฟันถาวร 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลือนั้นยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ปัญหาที่สำคัญได้แก่ การสูญเสียฟันโดยเฉพาะการสูญเสียฟันทั้งปากในผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบร้อยละ 8.7 แต่เมื่ออายุ 80-85 ปี เพิ่มสูง ถึงร้อยละ 31.0 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก และจากกการสำรวจสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ หมู่ 3 และ ๔ ตำบลสมหวัง อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง จำนวน144 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีฟันแท้ใช้งานได้ ๒๐ ซี่ขึ้นไป ร้อยละ 38.19เมื่อเทียบกับเป้าหมายทันตสุขภาพแห่งชาติ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และผู้สูงอายุยังขาดความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้น จากปัญหาดังกล่าวชมอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านหวังจึง ได้จัดทำโครงการผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ปี 2567 ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอาการปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อมและปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงในอายุ

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง
  2. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถการพอกเข่าได้ด้วยตนเอง
  3. ผู้สูงอายุได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปาก
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดอบรมผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมและปวดเข่า
  2. กิจกรรมสาธิตการพอกเข่า
  3. กิจกรรมให้ความรู้ผู้สูงอายุเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก
  4. ตรวจสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้สูงอายุได้รับความรู้เรื่องโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง 2.ผู้สูงอายุสามารถพอกเข่าตนเองได้ 3.ผู้สูงอายุได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปากทุกคน 4.ผู้สุงอายุมีสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้น