กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บองอ

โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ 67-L2506-02-027
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
วันที่อนุมัติ 7 มีนาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 9 เมษายน 2567 - 6 พฤษภาคม 2567
งบประมาณ 93,040.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นแนวปฏิบัติที่ต้องกระทำเพื่อการรักษาความสะอาด รวมทั้งช่วยป้องกันและลดปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อHIV ได้ร้อยละ 50 - 60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegma หรือขี้เปียก หากมีหนังหุ้มไม่สามารถเปิดออกล้างได้จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมเกิดมะเร็งที่องคชาติได้(นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร) นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และถ้าหากขลิบในเด็กทารกก็จะลดโอกาสเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย จากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือ “คีตาล (ภาษาอาหรับ) หรือ “ทำสุหนัต”(ภาษามลายู) มักทำกับหมอบ้าน หรือ “โต๊ะมูเด็ง”จากความเชื่อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่า “การทำกับแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งแรง”“การทำกับโต๊ะมูเด็งเป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน” เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การทำสุหนัตกับโต๊ะมูเด็งมักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมาก(bleeding) ทำให้เกิดภาวะช็อกหรือการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อตับอักเสบ เชื้อ HIV จากการใช้เครื่องร่วมกันโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ดังนั้นกองสาธารสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบองอ ได้เล็งเห็นความสำคัญชองการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือสุหนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพปลอดจากโรคติดเชื้อทางเลือด กันภาวะช็อกจากการเสียเลือดที่ทำการขลิบกับหมอบ้าน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบองอ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และปัญหาการเข้าถึงบริการ จึงได้จัดทำโครงการการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแก่เด็กและเยาวชนมุสลิม ในเขตพื้นที่ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมอันดีในชุมชน การสร้างเครือข่ายด้านสุขภาพกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน และผู้นำทางศาสนาอีกด้วย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.บริการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแก่เด็กและเยาวชนมุสลิม ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ และภาวะเลือดออกมาก (bleeding)
  2. 2.เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ
  3. 3.เพื่อให้เด็กและเยาวชนมุสลิมในตำบลบองอ สามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. อบรมให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนและข้อควรระวังก่อนและหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายและการดูแลแผลหลังทำการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อและภาวะออกเลือด
  2. 2. กิจกรรมขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

เด็กและเยาวชนมุสลิม ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบริการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย และลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ และภาวะเลือดออกมาก (bleeding) รวมทั้งมีความตระหนัก เข้าใจในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ และสามารถเข้าถึงบริการด้านการส่งเสริมและป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึง