directions_run
โครงการ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในโรคความดัน เบาหวาน"ปี2567
กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บองอ
โครงการ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในโรคความดัน เบาหวาน"ปี2567
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในโรคความดัน เบาหวาน"ปี2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L2506-01-011 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านลาไม ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส | |
| วันที่อนุมัติ | 7 มีนาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2567 - 31 พฤษภาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 21,550.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายนิสุสลาน แวนามะกัน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | พื้นที่เขตรับผิดชอบของรพ.สต.บ้านลาไม ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- ขนาด 60.00
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- 1. เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และเพื่อให้เกิดการสร้างกระแสชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสามารถและเป็นต้นแบบที่ดีต่อชุมชนอื่นได้ 2.เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรค ความดันโลหิตสูง เบาหวานได้รับการเสริมทักษะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อ 3. เพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในพื้นที่รับผิดชอบ 4.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะในการดูแลตนเอง มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 5.เพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคความดันเบาหวานมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วย 6.เพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคความดันเบาหวานได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อน ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและส่งต่อตามมาตรฐาน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- กิจกรรมให้ความรู้ในกลุ่มเสี่ยง โรคความดัน เบาหวาน
- 2.กิจกรรมอบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับทักษะการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคความดันและเบาหวานเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง สามารถป้องกันตัวเองจากโรค ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานได้ 2.เพื่อให้เกิดเครือข่ายการทำงานในการดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อในชุมชนโดย มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความมั่นคงและยั่งยืน 3.เกิดกระแสของการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องทั้งในกลุ่มป่วย กลุ่ม เสี่ยง รวมถึงประชาชนทั่วไป