โครงการ "เพื่อนช่วยเพื่อน ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง"
โครงการ "เพื่อนช่วยเพื่อน ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง"
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ "เพื่อนช่วยเพื่อน ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง" | |
| รหัสโครงการ | 67-L3019-1-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านต้นโตนด | |
| วันที่อนุมัติ | 25 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 29,885.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางรื่นฤดี ยามเย็น | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี |
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และความเจริญทางเทคโนโลยี มีผลทำให้สุขภาพประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานทั่วโลก (กรมควบคุมโรค,กระทรวงสาธารณสุข : พ.ศ. 2564) มีผู้ป่วยจำนวน 463 ล้านคนและคาดการณ์ว่าในปี 2588 จะมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 629 ล้านคน สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์ โรคเบากวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปีและมีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในรระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน ของกระทรวงสาธารณสุข ก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้านสาธารณสุขอย่างมหาศาล เฉพาะเบาหวานเพียงโรคเดียวทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี และหากรวมอีก 3 โรค คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปี โรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรค NCDs อีกมากมาย อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงและโรคไต ฯลฯ ซึ่งในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นโตนดมีผู้ป่วยเรื้อรังเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นจำนวนมากและแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มกราคม 2567) มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 23 คน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 147 คน ผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 57 คน ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ การขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่มันจัด เค็มจัด หวานจัดรวมทั้งผักผลไม้ที่ไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา เป็นต้น การดำเนินงานด้านสาธารณสุขในชุมชน จำเป็นต้องมีเครือข่ายสุขภาพที่สำคัญ คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ที่ให้บริการแก่ชุมชนเป้นรูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน อสม. คือ ประชาชนในหมู่บ้านที่มีใจรักในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข สมัครใจและเต็มใจที่จะช่วยงานในชุมชนเป็นที่ยอมรับนับถือของชาวบ้าน ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละซึ่งต้องผ่านกระบวนการอบรมให้ความรู้ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างสม่ำเสมอและจะต้องมีการพัฒนาด้านทักษะความรู้ให้ทันต่อสภาพปัญหาด้านสาธารณสุขที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพการป้องกันโรคและการรักษาพยาบาลเบื้องต้นตลอดจนเป็นผู้นำในการสร้างสุขภาพให้แก่ประชาชนในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถจัดระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพชุมชนได้อย่างเหมาะสมด้วยชุมชนเอง ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและองค์กรต่างๆ ดังนั้น รพ.สต.จึงจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการบอบรมให้ความรู้แก่แกนนำด้านสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณศุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ควบคู่กับกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 64 คน สังกัดเขตบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นโตนดเพื่อให้อสม.และกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีความรู้ ความสามารถ ในการดูแลตนเอง ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นโดยยึดหลักชุมชนดูแลชุมชนแบบพอเพียงเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนต่อไป
- 1. เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) สามารถเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมสุขภาพแก่ชุมชนในพื้นที่ 2. เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) มีความรู้ ความเข้าใจและเกิดทักษะความเชี่ยวชาญของการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรมได้อย่างถูกต้อง 3. เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอันไม่พึงปราถนา 4. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีความรู้ในการปฏิบัติตัวไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น 5. เพื่อเกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปฏิบัติตัวไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
- โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกบการดูแลสุขภาพ
- อสม.สามารถเป็นแบบอย่างการส่งเสริมสุขภาพแก่ชุมชนในพื้นที่
- อสม.มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะเชี่ยวชาญของการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรมได้อย่างถูกต้อง
- อสม.มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอันไม่พึงปรารถนา
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีความรู้ในการปฏิบัติตัวไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
- เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนในหมู่บ้าน