โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง | |
| รหัสโครงการ | 67-L1510-02-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งเกาะญวน | |
| วันที่อนุมัติ | 10 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 14 มิถุนายน 2567 - 14 มิถุนายน 2567 | |
| งบประมาณ | 21,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุพัตรา รามรักษ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลหนองบ่อ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง |
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชน ให้มีการเร่งรีบแข่งขันกับเวลาเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงเช่นการเร่งรีบกับการทำงานบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงขาดการออกกำลังกายเครียดทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ ๓.๗ เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตปกติและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเกือบครึ่งหนึ่งจะตายด้วยโรคหัวใจ ส่วนโรคเบาหวาน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาบอด ไตวาย การถูกตัดอวัยวะ เป็นต้น ปัญหาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานที่พบบ่อยที่สุด คือการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ยังพบการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มมัน และหวาน สาเหตุคือ ความเคยชิน โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางชมรม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รพ.สต.บ้านทุ่งเกาะญวน ได้ตระหนักถึงปัญหาและภัยของภาวะความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน และเนื่องจาก เครื่องวัดความดันโลหิตของ ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านทุ่งเกาะญวน มีจำนวนไม่เพียงพอ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
- จำนวนประชาชนที่เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 10
- ประชาชนที่ร่วมอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและ โรคเบาหวาน
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถดูแลสุขภาพตนเองขั้นพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม