โครงการป้องกันและควบคุมวัณโรค
โครงการป้องกันและควบคุมวัณโรค
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันและควบคุมวัณโรค | |
| รหัสโครงการ | 67-L3361-1-1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลลำปำ | |
| วันที่อนุมัติ | 16 กุมภาพันธ์ 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 30 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 10,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุรพล ทองบุญ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
วัณโรค(Tuberculosis:TB) เป็นโรคติดต่อที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข เป็นสาเหตุของการป่วยและการเสียชีวิตในหลายๆประเทศทั่วโลก อีกทั้งปัจจุบันการเเพร่ระบาดของโรคเอดส์ทำให้ปัญหาวัณโรคมีความรุนแรงงเพิ่มขึ้นวัณโรคจึงนับเป็นปัญหาต่อวงการสาธารณสุขของประเทศต่างๆ(กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข2548)ปัจจุบันทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อวัณโรคประมาณ 2 พันล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลก มีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิต1.90ล้านคนในแต่ละปี การขยายงานในการควบคุมวัณโรคทั้งปัจจัยด้วยผู้ป่วย สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเช่นความยากจน การด้อยโอกาสทางการศึกษาชุมชนแออัด ปัญหายาเสพติดแรงงานย้ายถิ่น แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำ จากการคำนวณในรายงานขององค์การอนามัยโลกคาดว่า ประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่าวรายใหม่ทุกประเภทประมาณ 92,300 คน จำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 44,475 คน เป็นผู้ป่วยที่สามารถเเพร่เชื่้อได้แบะมีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิตปีละ12,089 ปี เนื่องจากยังพบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์รายใหม่ตรวจพบวัณโรคประมาณร้อยละ 17 ในปี พ.ศ.2553 ประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ชนิดเสมะพบเชื้อจำนวน25,966รายรวมผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภทมีจำนวน53,357ราย เสียชีวิต2,548 รายอัตราการตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่คิดเป็นร้อยละ69.00 ยังไม่บรรลุเป้าหมายขององค์กรอนามัยโลกมีเป้าหมายอัตราการตรวจผู้ป่วยรายใหม่ อยู่ที่ร้อยละ85.00คนใกล้ชิด มีอัตราความสำเร็จของการรักษาคิดเป็นร้อยละ 83.00 คนยังต่ำกว่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกที่มีเป้าหมายอัตราความสำเร็จของการรักษาอยู่ที่ร้อยละ87.00 สถานการณ์วัณโรคจังหวัดพัทลุงตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557-2564 ผู้ป่วยรายใหม่วัณโรครายใหม่202 ราย คิดเป็นร้อยละ25.7 พบว่าผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภทมีอตราความสำเร็จของการรักษาวัณโรค ร้อยละ 90 ซึ่งได้ตามเกณฑ์เป้าหมาย มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ85 แต่เนื่องจากสถานการณ์ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาในพื่นที่ตำบลลำปำตั้ฃแต่ปีงบประมาณ2562-2564มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจำนวน3ราย2รายและ3ราย ในปีงบ2566 มีผู้ป่วย3รายอย่างไรก็ตามยังพบว่าความครอบคลุมของการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคใหม่เสมหะพบเชื้อ(TB case detection)ยังไม่บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยโดยรวม(ร้อยละ70)ต้องเร่งรัดในการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มประชากรด้วยโอกาสและกลุ่มเสี่ยงต่างๆให้ครอบคลุม รวมทั้งการทำงานแบบผสมผสานวัณโรคและโรคเอดส์อย่างจริงจังเพื่อลดอัตราการตายของผู้ป่วย อีกทั้งป้องกันวัณโรคดื้อยาอีกด้วย อาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม)เป็นตัวเเทนประชาชนที่ถูกคัดเลือกให้ทำงานด้านสาธารณสุข ปัจจุบันได้รับจากส่วนต่างๆทั้งระดับประเทศและในชุมชนเองเป็นอย่างดีให้เอื้อต่อการป้องกันวัณโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง อสม. เป็นแกนนำด้านสุขภาพที่มีความสำคัญในชุมชนต่างๆได้รับการพัฒนาศักยภาพจากหน่วยงานสาธารณสุขต่อเนื่อง อสม.เป็นบุคคลที่อาศัยและทำงานในชุมชนประจำมีระบบเครือญาติและระบบเครือข่ายทางสังคมย่อมมีความคุ้นเคยเข้าใจปัญหาต่างๆในชุมชนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในกลุ่มระดมความคิดเห็นในการดำเนินงานการร่วมกำหนดบทบาทหน้าที่ของตนเองในการดำเนินงานการฝึกปฎิบัติในชุมชน การติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้อสม. ในพื้นที่มีความสามารถในการดำเนินงานป้องกันโรคได้ด้วยชชุมชนเองทำให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาวัณโรคขึ้นเพื่อสำรวจกลุ่มเสี่ยงวัณโรค ดังนั้นเพื่อผลสำเร็จในการดำเนินงานวัณโรคดังกล่าวจึงจัดทำโครงการป้องกันและควบคุมวัณโรคขึ้นเพื่อสำรวจกลุ่มเสี่ยงวัณโรคเพื่อให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย
- 1.เพื่อให้อสม.และแกนนำมีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัณโรคและสามารถคัดกรองผู้ป่วยได้ถูกต้อง
- 1.อบรมให้ความรู้อสม.และแกนนำ จำนวน 60 คน
1.ระบบคุณภาพและการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคในชุมชนได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2.อสม.และเเกนนำสามารถค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3.ชุมชนมีความตระหนักในการควบคุมป้องกันวัณโรคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง