กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.นาท่ามเหนือ

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13
รหัสโครงการ 2567 – L1494 -
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านวังโตน หมู่ที่ 13
วันที่อนุมัติ 8 กุมภาพันธ์ 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 สิงหาคม 2567
งบประมาณ 8,517.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวพิมพร สมาธิ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ซึ่งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น ความอ้วน ขาดการออกกำลังกาย การปริโภคอาหารไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ ส่งผลทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากประชาชนมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม ย่อมทำให้โอกาสเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ถือว่าเป็น "ภัยเงียบ" เพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฏอาการ และเป็นสาเหตูของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญหลายระบบของร่างกายเช่น ตา ไต หลอดเลือด ในประเทศไทยนั้น อุบัติการณ์โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในแต่ละปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลานานจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสูงมาก       ดังนั้น ดำเนินงานเน้นนโยบายเชิงรุก เร่งการป้องกันโรคโดยใช้เครือข่ายระหว่าง รพ.สต.กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพราะการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรค ที่เกิดจากพฤติกรรมของประชาชน จะประสบความสำเร็จมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกส่วน และใช้กระบวนการที่บูรณาการเชื่อมโยงการดำเนินงาน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่เป็นปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ ในพื้นที่หมู่ที่ 13 บ้านวังโตน มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปจำนวน 317 คนมีอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 12 คน และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านวังโตน หมู่ที่13 จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามมาตรฐาน พร้อมทั้งรณรงค์ สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง       ในหลายปีที่ผ่านมา อสม. หมู่ที่ 13 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนางอ ดำเนินการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงให้แก่ประชากร 35 ปี ขึ้นไป ในพื้นที่ตำบลนาท่ามเหนือเป็นประจำทุกปีเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วย และในปัจจุบันนี้ ชมรม อสม. หมู่ที่ 13 มีอาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 12 คน และมีอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น คือ เครื่องวัดความดันโลหิตจำนวน 7 เครื่อง ซึ่งมีไม่เพียงพอเนื่องจากเครื่องที่มีอยู่เดิมนั้นเกิดการชำรุด เสียหายจากอายุการใช้งานหลายปี อีกทั้งจำนวน อสม. ที่เพิ่มขึ้น และครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ไม่มีความคล่องตัว ดังนั้น ชมรม อสม.หมู่ที่ 13 บ้านวังโตน จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปขึ้น โดยการจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตเพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชนในเขตหมู่ที่ 13 บ้านวังโตน รวมทั้งใช้ในการดูแล กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ และโรคอื่นๆ ในพื้นที่ด้วย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบบ
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 13
  2. รณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
2.ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการค้นพบโดยเร็วและได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง