โครงการขยับกาย สบายชีวา พากายาไกลโรค
โครงการขยับกาย สบายชีวา พากายาไกลโรค
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการขยับกาย สบายชีวา พากายาไกลโรค | |
| รหัสโครงการ | 67-L8429-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่2 | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 9,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุกิจ ทองหอม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
พฤติกรรมและวิถีชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาวะของมนุษย์ พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเจ็บป่วยของบุคคลนั้น ๆ จากสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบัน พบว่า โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายในลำดับต้นๆปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร รสหวาน มัน เค็ม เพิ่มขึ้นรับประทานผักและผลไม้น้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ในปี 2566 ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ 15 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ ของกรมอนามัยพบว่า เพศชายมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร ร้อยละ 48 และเพศหญิงมีรอบเอวกิน 80 เซนติเมตร ร้อยละ 62 ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และยังส่งผลเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขและมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) และ 2 ส. (เหล้า บุหรี่) ในการควบคุม 5 โรคเรื้อรังอันตราย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญต่อการลดพุง ลดโรค การออกกำลังกายที่ดีมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องปฏิบัติให้เหมาะสมและเตรียมความพร้อมของร่างกายตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก หากเราเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและมีความตั้งใจปฏิบัติต่อเนื่องอย่างส่ำเสมอเพียงอาทิตย์ละประมาณ 3 - 5 ครั้งๆ ละ 20-60 นาที ควรสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้ง การทำจิตใจให้แจ่มใส อารมณ์ดี การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ จากผลการคัดกรองสุขภาพประจำปี 2567 ของประชาชนหมู่ที่ 2 บ้านพรุจูด จำนวน 658 คน พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วน ร้อยละ 22.79 กลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 4.16 และกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 6.53 ซึ่งผลการคัดกรองปี 67 นี้ แสดงให้เห็นว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนลดลงร้อยละ 6.57 ,45.75 และ4.68 ตามลำดับ จากการจัดตั้งชมรมออกกำลังกายหมู่ที่2 บ้านพรุจูด(เต้นบาสโลป) เมื่อปี2565 พบว่าการปรับพฤติกรรมสุขภาพต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงจะสำเร็จ สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ต่อการเปลี่ยนแปลงของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุกคามวิถีชีวิตและสุขภาวะประชาชนในชุมชน ดังนั้น ทางคณะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านพรุจูด จึงได้จัดทำโครงการขยับกาย สบายชีวา พากายาไกลโรค ขึ้นในชุมชน เพื่อพัฒนาชมรมออกกำลังกายหมู่ที่2 บ้านพรุจูด(เต้นบาสโลป) ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนทุกเพศทุกวันหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น ประชาชนในชุมชนบ้านพรุจูดจะได้มีสุขภาพดี
- .เพื่อพัฒนาชมรมออกกำลังกายในชุมชน
- กลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน และสมาชิกในชมรมมีดัชนีมวลกายลดลง
- เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวาน /ความดันโลหิตสูง รายใหม่ปี 67
- อบรมให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้หลัก 3 อ.2 ส.แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
1.ชุมชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองและสามารถออกกำลังกายในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน 2.ประชาชนในชุมชนมีสุขภาพดี