กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
กิจกรรมประเมินสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความสุขของคนทำงาน” ของกรมอนามัย 4 ด้าน 1 มี.ค. 2567

 

 

 

 

 

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องดูแลสุขภาพและป้องกันเจ็บป่วยจากสถานที่ทำงาน โดยวิธีการทางการยศาสตร์ และการจัดอาการออฟฟิศซินโดรม 1 มี.ค. 2567

 

 

 

 

 

กิจกรรมจัดทำ Guideline แนะนำการปรับปรุงสถานที่ทำงาน ให้แต่ละสำนัก/กอง เพื่อปรับปรุงให้มีความเหมาะสมเอื้อต่อการทำงาน 1 มี.ค. 2567

 

 

 

 

 

กิจกรรมประเมินการเกิดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน รวบรวมข้อมูลและผลการดำเนินงานและสรุปผลการประเมินโครงการ 1 มี.ค. 2567

 

 

 

 

 

กิจกรรมประเมินสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความสุขของคนทำงาน” ของกรมอนามัย 4 ด้าน 1 มี.ค. 2567 1 มี.ค. 2567

 

กิจกรรมดำเนินการประเมินสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน ตามเกณฑ์ “การประเมินสถานที่ทำงาน น่าอยู่ น่าทำงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความสุขของคนทำงาน” ของกรมอนามัย โดยได้ทำงานประเมินสถานที่ทำงาน ของสำนัก/กอง ภายในเทศบาลนครตรัง  จำนวน  7  อาคาร
1. อาคารสำนักงานเทศบาลนครตรัง  ประกอบด้วย - ห้องกองคลัง - ห้องทะเบียนราษฎร์ - ห้องสำนักปลัดเทศบาล - ห้องกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ - ห้องกองการเจ้าหน้าที่ (ไม่ได้ดำเนินงานในห้องสำนักการศึกษา เนื่องจากห้องทำงานอยู่ระหว่างการปรับปรุงห้องทำงานใหม่) 2. อาคารกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย - ห้องงานธุรการ - ห้องงานสุขาภิบาลอนามัยสิ่งแวดล้อม 3.อาคารเอกนประสงค์เทศบาลนครตรัง ประกอบด้วย - ห้องประชุมชั้น 1 - ห้องกองสวัสดิการสังคม ชั้น 1 - ห้องสมุด ชั้น 2 - ห้องกองสวัสดิการสังคม ชั้น 3 - ห้องสำนักช่าง 4. อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1 5. อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 2 6. อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 3 7. อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ เทศบาลนครตรัง

 

(1) เกณฑ์สะอาด จากการประเมินพบว่าห้องทำงานพบว่าของสำนักช่าง,ห้องงานทะเบียนราษฎร์, กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ และกองการเจ้าหน้าที่ ได้คะแนนผลการประเมินมากที่สุด คือ 11.7 คะแนน รองลงมาคือห้องทำงานของกองสวัสดิการสังคม ชั้น 1 ,อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 2 ,ห้องสมุดและห้องกองคลัง, อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1 และอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 3,ห้องสำนักปลัดเทศบาล,อาคารกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม, อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ ได้คะแนน 11.55, 11.53, 11.4, 11.23, 11.00, 10.91, 10.76 คะแนน ตามลำดับ และห้องทำงานของกองสวัสดิการสังคม ชั้น 3 ได้คะแนนน้อยที่สุด คือ 9.1 คะแนน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน) จากผลการประเมินเกณฑ์สะอาด พบว่าโดยรวมของอาคาร 7 อาคาร 14 ห้องทำงาน มีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ดังนี้ 1.ด้านการควบคุมสัตว์และแมลงพาหะนำโรค โดยยังขาดแผนการป้องกัน ควบคุม ตรวจสอบสัตว์และแมลง พาหะนำโรคในทุกอาคาร, 2.ด้านบริเวณที่จัดเก็บวัสดุสิ่งของ โดยพบว่าห้องปฏิบัติงานของสวัสดิการสังคม ชั้น 3, ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ และอาคารกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ควรมี/เพิ่มตู้เก็บเอกสารตู้เก็บของหรือชั้นวางของอยู่ในสภาพดี มีความสะอาด และให้มีการจัดเก็บเอกสาร เครื่องใช้ และอุปกรณ์เป็นระเบียบ สะอาด และปลอดภัย, 3.ด้านอาคารสถานที่ พบว่า บางอาคารไม่มีแผนผังหรือแผนที่ของสถานที่ทำงานที่เป็นสัดส่วนชัดเจนและมีการวางสิ่งของกีดขวางทางเดิน และ 4.ด้านบริเวณพื้น พบว่าพื้นอาคารของห้องกองคลัง, ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯมีความชำรุด ควรได้รับการแก้ไข
(2) เกณฑ์ความปลอดภัย จากการประเมินพบว่าห้องปฏิบัติงานของสำนักช่าง,ห้องสมุด,ห้องกองคลัง,สำนักปลัดเทศบาล,งานทะเบียนราษฎร์,กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ และกองการเจ้าหน้าที่ ได้คะแนนประเมินมากที่สุด คือ 10.68 คะแนน รองลงมาคือ อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 2 ได้ 10.48 คะแนน, อาคารกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ห้องปฏิบัติงานของกองสวัสดิการสังคม ชั้น 3 และกองสวัสดิการสังคม ชั้น 1 ได้คะแนนเท่ากัน คือ 10.43 คะแนน, อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 3 ได้ 10.38 คะแนน,อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ ได้ 9.75 คะแนน และอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1 ได้คะแนนน้อยที่สุด คือ 9.3 คะแนน (คะแนนเต็ม 11 คะแนน) จากผลการประเมินเกณฑ์ความปลอดภัย พบว่าโดยรวมของอาคาร 7 อาคาร 14 ห้องทำงาน มีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ดังนี้ 1.ด้านการป้องกันอัคคีภัย โดยพบว่า มีอาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1 และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ไม่มีอุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร และในทุกอาคารที่มีถังดับเพลิงแต่ไม่มีใบบันทึกการตรวจอุปกรณ์ดับเพลิงและไม่มีการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบดูแลรักษาอุปกรณ์ดับเพลิง และ 2.ด้านระบบไฟฟ้า พบว่าให้บางห้องปฏิบัติงานมีการเดินสายไฟโดยสายพ่วงต่อกันเป็นจำนวนมาก และไม่มีการจัดเก็บสายไฟให้เป็นระเบียบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือกระแสไฟที่จะก่อให้ก่อไฟไหม้ได้ (3) เกณฑ์สิ่งแวดล้อมดี จากการประเมินพบว่าห้องปฏิบัติงานของกองสวัสดิการสังคม ชั้น 1, สำนักช่าง,ห้องกองคลัง,สำนักปลัดเทศบาล,งานทะเบียนราษฎร์,กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ และกองการเจ้าหน้าที่ ได้คะแนนประเมินมากที่สุด คือ 9 คะแนน และกองสวัสดิการสังคม ชั้น 3, ห้องสมุด, ห้องกองคลัง, อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1,2,3 อาคารศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ และอาคารกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ 8.6 คะแนน (คะแนนเต็ม 9 คะแนน) จากผลการประเมินสิ่งแวดล้อมดี พบว่าโดยรวมของอาคาร 7 อาคาร 14 ห้องทำงาน มีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ได้แก่ ด้านแสงสว่างพบว่าบางห้องปฏิบัติงานมีค่าความเข้มแสงสว่างไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นแสงสว่าง แบบใช้สายตามองเฉพาะจุด (Spot measurement) ด้วยเครื่องตรวจวัดแสง Light meter จำนวนทั้งหมด 203 จุด พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนด จำนวน 117 จุด คิดเป็นร้อยละ 57.64 และไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 86 จุด คิดเป็นร้อยละ 42.36 โดยห้องกองสวัสดิการสังคม ชั้น 3 ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเนื่องจาก ร้อยละ 100 ของจุดที่ตรวจวัดแสงสว่างไม่ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดทุกจุด และบางจุดมีค่าความเข้มข้นแสงสว่างต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมากซึ่งอาจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวแก่พนักงานได้ (4) เกณฑ์ชีวิตชีวา ได้มีการประเมินโดยการเก็บข้อมูลในรูปแบบแบบสอบถาม (Questionnaire) ในกลุ่มเป้าหมายพนักงานเทศบาล พนักงานจ้าง ลูกจ้างประจำของเทศบาลนครตรัง จำนวน 102 คน โดยได้อ้างอิงแบบทดสอบจากกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยการประเมินความสมดุลในชีวิตและการทำงาน การประเมินความเครียด (ST-5) การคัดกรองภาวะซึมเศร้า (2Q PLUS) การคัดกรองโรคซึมเศร้าด้วย 9 คำถาม (9Q) และการประเมินการฆ่าตัวตายด้วย 8 คำถาม (8Q) สรุปผลดังนี้ (4.1) การประเมินความสมดุลในชีวิตและการทำงาน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นมีบุคคลที่มีระดับความสมดุลในชีวิตและการทำงานสูง จำนวน 61 คน (ร้อยละ 59.80) โดยเมื่อวิเคราะห์ความสมดุลในชีวิตและการทำงานโดยแยกตามองค์ประกอบรายองค์ประกอบ พบว่าส่วนใหญ่มีชีวิตส่วนตัวที่เข้ามาส่งเสริมชีวิตการงาน และการทำงานมีผลต่อการส่งเสริมชีวิตส่วนตัว ได้ค่าเฉลี่ย 4.00 และ 3.22 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานส่งเสริมกันเป็นอย่างดี
(4.2) การประเมินความเครียด (ST-5) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับความเครียดน้อย,เครียด ปานกลาง,เครียดมาก และเครียดมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 49.02, 39.22, 7.84 และ 3.92 ตามลำดับ
(4.3) การคัดกรองภาวะซึมเศร้า (2Q PLUS) จากการประเมินตนเองของผู้ตอบแบบสอบถามตามแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า ส่วนใหญ่ไม่มีภาวะซึมเศร้า คิดเป็นร้อยละ 71.57 รองลงมาคือเป็นผู้มีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ร้อยละ 22.55 และที่สำคัญที่สุดคือมีผู้ที่มีภาวะเสี่ยงฆ่าตัวตาย โดยตอบว่าในหนึ่ง เดือนที่ผ่านมา มีความรู้สึกทุกข์ใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ร้อยละ 5.88
(4.4) การคัดกรองโรคซึมเศร้าด้วย 9 คำถาม (9Q) จากการประเมินตนเองของผู้ตอบแบบสอบถามตามแบบคัดกรองโรคซึมเศร้า พบว่า มีผู้ที่มีอาการโรคซึมเศร้าระดับรุนแรง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.98 และ  มีอาการโรคซึมเศร้าระดับปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.98 และผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พบว่ามีอาการโรคซึมเศร้าระดับน้อยมากและไม่มีโรคซึมเศร้า ร้อยละ 61.76 และ 20.59 ตามลำดับ (4.5) การประเมินการฆ่าตัวตายด้วย 8 คำถาม (8Q) มีผู้ที่ประเมินตนเองว่ามีแนวโน้มในการฆ่าตัวตาย ในระดับปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.98 และมีผู้ที่มีแนวโน้มการฆ่าตัวตาย ในระดับน้อย จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 2.94 และส่วนที่เหลือตอบปฏิเสธทุกข้อคำถาม จำนวน 98 คน (ร้อยละ 96.07)

 

กิจกรรมประเมินการเกิดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน รวบรวมข้อมูลและผลการดำเนินงานและสรุปผลการประเมินโครงการ 1 มี.ค. 2567 1 มี.ค. 2567

 

ได้จัดทำแนวทางการแก้ไขปรับปรุงสถานที่ทำงานให้เป็นไปตามตัวชี้วัดของแบบประเมินสถานที่ทำงาน น่าทำงาน แยกรายสำนัก/กอง

 

หลังจากการประเมินสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน ตามแบบประเมิน สถานที่ทำงาน น่าอยู่ น่าทำงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความสุขของคนทำงาน พบว่าสำนักช่าง กองยุทธศาตรส์และงบประมาณ กองการเจ้าหน้าที่ มีผลการตรวจประเมินผ่านเกณฑ์ทุกข้อ ห้องทำงานของสำนักการศึกษาอยู่ระหว่างกระบวนการปรับปรุงห้อง และกองการท่องเที่ยวและกีฬาได้ย้ายไปประจำอยู่ที่สนามกีฬา จึงมิได้จัดทำคำแนะนำสำหรับสำนัก/กอง ดังกล่าว ผู้รับผิดชอบจึงได้จัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ทำงานให้เหมาะสมเอื้อต่อการทำงาน ให้แก่ กองสวัสดิการสังคม กองคลัง สำนักปลัดเทศบาล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม (อาคารศูนย์บริการสาธารณสุข 1,2,3 และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ) คิดเป็นร้อยละ 77.78        ของสำนัก/กอง ภายในเทศบาลนครตรัง ได้รับการประเมินสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน ตามเกณฑ์ “การประเมินสถานที่ทำงาน น่าอยู่ น่าทำงาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และความสุขของคนทำงาน” ของกรมอนามัย และ  ร้อยละ 100 ของสำนัก/กอง ได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ทำงานให้เหมาะสมเอื้อต่อการทำงาน

 

จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องดูแลสุขภาพและป้องกันเจ็บป่วยจากสถานที่ทำงาน โดยวิธีการทางการยศาสตร์ และการจัดอาการออฟฟิศซินโดรม 20 มี.ค. 2567 5 ก.ค. 2567

 

จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องดูแลสุขภาพและการป้องกันการเจ็บป่วยจากสถานที่ทำงาน โดยวิธีการทางการยศาสตร์และการจัดการอาการออฟฟิศซินโดรม ในวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานเทบาล พนักงานจ้าง และลูกจ้างของเทศบาลนครตรัง จำนวน 125 คน

 

ผลการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องดูแลสุขภาพและการป้องกันการเจ็บป่วยจากสถานที่ทำงาน โดยวิธีการทางการยศาสตร์และการจัดการอาการออฟฟิศซินโดรม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จ.ตรัง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานเทศบาล ลูกจ้าง พนักงานจ้าง จำนวน 125 คน โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากนางสุดใจ ทองย้อย รองนายกเทศมนตรีนครตรัง มาเป็นประธานในพิธี โดยกิจกรรมบรรยายให้ความรู้ในวันนี้ได้ รับเกียรติวิทยากร จาก ผศ.ดร. สาลี อินทร์เจริญ วิทยาจารย์ชํานาญการพิเศษ และทีมผู้ช่วยวิทยากรวิทยาลัยสาธารสุขสิรินธร ตรัง และนางสาวชญานิษฐ์ ชูคำ นักกายภาพปฏิบัติการ และทีมผู้ช่วยวิทยากร โรงพยาบาลตรัง ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องการยศาสตร์และการจัดการอาการออฟฟิศซินโดรม เป็นอย่างดี ซึ่งกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยภาคเช้าบรรยายให้ความรู้เรื่องการยศาสตร์ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่ถูกต้อง การปรับสภาพแวดล้อมที่ทำงาน และการปรับพฤติกรรม เพื่อลดสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บขณะทำงาน เช่น การนั่งทำงานที่ถูกต้อง การลดอิริยาบทที่ฝืนธรรมชาติ เช่น การจับหรือยกสิ่งของขึ้นลงผิดท่า การเอี้ยวตัวผิดรูป และภาคบ่าย บรรยายให้ความรู้เรื่องการบริหารร่างกาย โดยนักกายภาพบำบัด จากโรงพยาบาลตรัง จะบรรยายและสอนในเรื่องการยืด เหยียด ร่างกาย  ที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการเกร็งหรือปวด ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ที่จากกิจวัตรในการทำงาน