โครงการรวมพลังชุมชน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ
โครงการรวมพลังชุมชน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรวมพลังชุมชน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ | |
| รหัสโครงการ | 67-L1521-01-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านกะลาเสใหญ่ | |
| วันที่อนุมัติ | 27 มีนาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 31,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายชาติชาย สุทธิธรรมานนท์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
ปัญหาโรคติดต่อ เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคติดต่อหลายชนิด เนื่องจากเชื้อโรคจะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้นเจริญเติบโตได้รวดเร็ว สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและเร็วขึ้น เช่นโรคติดต่อทางระบบหายใจ (ไข้หวัดใหญ่, ปอดบวม) โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ(ไข้เลือดออก) และโรคติดต่อทางอาหาร (อาหารเป็นพิษ) และโรคติดต่ออื่นๆ (มือเท้าปาก, ตาแดง, เลปโตสไปโรซิส) และโรคอุบัติใหม่ที่ระบาดไปทั่วโลกในปัจจุบันนี้คือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (COVID๑๙)และโรคฝีดาษวานร โดยประชาชนจะต้องทราบถึงสาเหตุและแนวทางการป้องกันโรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ระมัดระวังและป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่อโรค โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จะต้องรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ จึงจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อสุขภาพภายใต้การมีส่วนร่วมจากภาคท้องถิ่นและภาคประชาชน วางแผนป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่ โดยการดำเนินงานในลักษณะ “ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมินผล และร่วมรับผิดชอบ”ในทุกระดับ เพื่อช่วยกันค้นหาปัญหา จึงจะสามารถแก้ไขต้นตอของปัญหา การเกิดโรค ประชาชนจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทและสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ภายใต้ศักยภาพพื้นที่ของตนเอง หน่วยงานเกี่ยวข้องทุกระดับให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพที่แท้จริงของพื้นที่เป็นหลัก สามารถเชื่อมโยงผสมผสานแนวคิด องค์ความรู้ เข้ากับบริบทของพื้นที่ จึงจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
สถานการณโรคไขเลือดออก ประเทศไทย ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง วันที่ 23 ธันวาคม 2566 (ขอมูลจากระบบรายงานการเฝาระวังโรค 506 กองระบาดวิทยา) ประเทศไทย มีรายงานผูปวยโรคไขเลือดออก (Dengue fever : DF ,Dengue hemorrhagic fever : DHF ,Dengue shock syndrome : DSS) สะสมรวม 153,734 ราย คิดเปนอัตราปวย 232.33 ตอประชากรแสนคน มีรายงานผูปวยเสียชีวิต จำนวน 168 ราย คิดเปน อัตราตาย 0.25 ตอประชากรแสนคน อัตราปวยตาย รอยละ 0.11 พบมากสุดในกลุมอายุ 15 - 24 ป(20.95%) รองลงมากลุมอายุ 10 - 14 ป (18.80%) พบมากในกลุมอาชีพนักเรียน รอยละ 45.10 รองลงมาอาชีพรับจาง รอยละ 19.40 สำหรับสถานการณในพื้นที่จังหวัดตรัง ขอมูลเฝาระวังโรคไขเลือดออก ในจังหวัดตรัง ในสัปดาหที่ 51 ขอมูล ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2566 กลุมงานควบคุมโรคติดตอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ไดรับรายงานผูปวย โรคไขเลือดออก จาก 10 อำเภอในจังหวัดตรัง พบผูปวย จำนวน 1,128 ราย คิดเปนอัตราปวย 176.75 ตอประชากรแสนคน พบผูเสียชีวิต จำนวน 4 ราย (อำเภอหวยยอด 1 ราย ,อำเภอยานตาขาว 1 ราย ,อำเภอ ปะเหลียน 2 ราย) คิดเปนอัตราตาย 0.63 ตอประชากรแสนคน อัตราปวยตาย รอยละ 0.35 อำเภอที่มีอัตราปวย สูงสุด คือ อำเภอวังวิเศษ จำนวน 158 ราย คิดเปนอัตราปวย 363.13 ตอประชากรแสนคน รองลงมา คือ อำเภอ ยานตาขาว จำนวน 179 ราย คิดเปนอัตราปวย 278.82 ตอประชากรแสนคน และ อำเภอสิเกา จำนวน 99 ราย คิดเปน อัตราปวย 257.63 ตอประชากรแสนคน
สถานการณโรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2566 (ขอมูลจากระบบรายงานการเฝาระวังโรค 506 กองระบาดวิทยา) ประเทศไทย มีรายงานผูปวยโรค เลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) สะสมรวม 4,496 ราย คิดเปนอัตราปวย 6.79 ตอประชากรแสนคน มีรายงาน ผูปวยเสียชีวิต จำนวน 44 ราย คิดเปนอัตราตาย 0.07 ตอประชากรแสนคน อัตราปวยตายรอยละ 0.97 อัตราสวน เพศชายตอเพศหญิง 1 : 0.26 กลุมอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ กลุมอายุ 45 - 54 ป (18.33%) มากกวา 65 ป (17.66%) และ 55 - 64 ป (16.75%) อาชีพของผูปวยสวนใหญประกอบอาชีพ เกษตร รอยละ 42.80 รับจาง รอยละ 22.50 และ นักเรียน รอยละ 13.2 สำหรับสถานการณในพื้นที่จังหวัดตรัง ขอมูลเฝาระวังโรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) จังหวัดตรัง สัปดาหที่ 52 ขอมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2566 กลุมงานควบคุมโรคติดตอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ไดรับรายงานผูปวยโรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) จาก 10 อำเภอในจังหวัดตรัง พบผูปวย จำนวน 273 ราย คิดเปนอัตราปวย 42.78 ตอประชากรแสนคน พบผูเสียชีวิต จำนวน 6 ราย (อำเภอปะเหลียน 2 ราย อำเภอ หวยยอด 3 ราย และอำเภอกันตัง 1 ราย) คิดเปนอัตราตาย 0.94 ตอประชากรแสนคน อัตราปวยตาย รอยละ 2.20 อำเภอที่มีอัตราปวยสูงสุด คือ อำเภอวังวิเศษ จำนวน 66 ราย คิดเปน อัตราปวย 151.69 ตอประชากรแสน คน รองลงมา คือ อำเภอหาดสำราญ จำนวน 17 ราย คิดเปน อัตราปวย 100.76 ตอประชากรแสนคน และ อำเภอ สิเกา จำนวน 28 รายคิดเปนอัตราปวย 72.87 ตอประชากรแสนคน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ จึงได้จัดทำโครงการรวมพลังชุมชน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ขึ้น เพื่อควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ ครอบคลุมไปถึงโรงเรียน สถาบันการศึกษา วัด และดำเนินการป้องกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญ และถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกันกระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
- ๑.เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมSRRTหมู่บ้าน/ตำบล ๒.เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก, มือเท้าปาก, ไข้หวัดใหญ่, ปอดบวม, อาหารเป็นพิษ, ตาแดง, เลปโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙และฝีดาษวานร ๓.เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อ ๔.เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ๕.เพื่อรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงเรียน สถานที่ราชการและชุมชน และลดความชุกของ ลูกน้ำยุงลาย
- 1.สำรวจจำนวนหลังคาเรือน 2.จัดทำ “โครงการรวมพลังชุมชน เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ” 3.จัดทำแผนปฏิบัติงานในการดำเนินงาน 4.ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 5. สรุปผลการดำเนินงานและรายงานผลการดำเนินงานโครงการ
๑. ทีมSRRTทีมSRRTหมู่บ้าน/ตำบล มีความรู้ระบบในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อในชุมชนเพิ่มขึ้น ๒.อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก, มือเท้าปาก, ไข้หวัดใหญ่, ปอดบวม, อาหารเป็นพิษ, ตาแดง, เลปโตสไปโรซิส โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ และฝีดาษวานร ลดลงจากปี 2566 ๓.ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันโรคติดต่อเพิ่มขึ้น ๔.ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค ร่วมป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ๕.ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในชุมชน โรงเรียน วัดและส่วนราชการอื่นๆ ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด (ค่า HI , CI ≤ร้อยละ 5