กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ 12 ก.ค. 2567 5 ก.ย. 2567

จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ประกอบด้วยคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ หมู่ที่ ๗ จำนวน ๕ คน สถานที่ประชุม ศาลาหมู่บ้านหมู่ที่ ๗ บ้านสะพานข่อย เป้าหมายเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการและมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนโครงการ ค่าใช้จ่ายดังนี้
๑. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๕ คน ๑ มื้อ มื้อละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๑๒๕ บาท

วันที่ 5 กันยายน 2567 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 บ้านสะพานข่อย ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นางเพ็ญศรี ร่มหมุน ประธานกรรมการชมรมผู้สูงอายุ ม.7 ทำหน้าที่เปิดประชุม เวลา 13.00 น ประธานได้แจ้งในที่ประชุมถึงวัตถุประสงค์ของการนัดประชุมในครั้งนี้ว่า ทางชมรม ม.7 ได้นำเสนอ โครงการผู้สูงอายุยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพในหัวข้อกิจกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม จะจัดวันไหน กรรมการทั้ง 5 จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบโครงการ

-

จากการประชุมหารือกันแล้วว่าจะจัดในวันที่ 8 กันยายน 2567 เรื่องเตรียมจัดโครงการ เชิญวิทยากร จัดเก็บ เอกสารทุกรายการ นางเพ็ญศรี ร่มหมุน ประธานชมรมเป็นผู็รับผิดชอบ  ฝ่ายสนับสนุนกิจกรรมกรรมการทุกคนร่วมกันปรึกษาทำงานรับผิดชอบร่วมกัน

-

2. ส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ 30 ก.ค. 2567 8 ก.ย. 2567

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุเป็นกิจกรรมที่มีกิจกรรมย่อยได้แก่กิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุเรื่อง การบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับวัยแนวทางการลดการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็มประโยชน์ของการบริโภคผัก ผลไม้ปลอดภัยอย่างเพียงพอ และกิจกรรมสาธิตการทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่บริโภคผัก ผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๖๐ คน ประกอบด้วยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ จำนวน ๕ คน และผู้สูงอายุ จำนวน ๕๕ คน จัดกิจกรรม ๑ วัน มีค่าใช้จ่ายดังนี้
๑. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน ๔ ชั่วโมง ชั่วโมงละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๒,๔๐๐ บาท
๒. ค่าอาหารกลางวัน ๑ มื้อ มื้อละ ๖๐ บาท จำนวน ๖๐ คน เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท
๓. ค่าอาหารว่าง ๒ มื้อ มื้อละ ๒๕ บาท จำนวน ๖๐ คน เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท
๔. ค่าวัสดุสำหรับสาธิตการทำปุยหมัก เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท
๕. ค่าทำป้ายไวนิล ขนาด กว้าง ๑๒๐ เซนติเมตร ยาว ๒๔๐ เซนติเมตร เป็นเงิน ๕๐๐ บาท

จัดกิจกรรมในวันที่ 8 กันยายน 2567 ณ ที่ทำการหมู่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านสะพานข่อย โดยใช้เวลา 1 วัน ตามหมายกำหนดการที่เสนอในโครงการมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ 8 กันยายน 2567 เวลา 08.00 - 09.00 น. ผู้เข้าร่วมอบรมลงทะเบียน เปิดโครงการ นายประยูญ ยอดราช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 และได้ดำเนินการ กิจกรรม ตามกำหนดปกติ บรรยายและให้ความรู็ โดย นางวรรณา เรืองศรี ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมอบรมได้แสดงความคิดเห็นและพึงพอใจในกิจกรรม สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ในช่วงบาย ได้สาธิตการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์วิทยากร โดย นายคล่อง ศรีนวนเอียด ซึ่งเป็นหมอจิตอาสาและเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์เป็นกิจกรรมที่ทำได้ต่อเนื่องผลประโยชน์ที่ได้ด้านสิ่งแวดล้อมประโยขน์ที่ได้รับ คือการประหยัดและที่สำคัญคือการได้กินผักปลอดสารพิษซึ้งตรงกับเป้าหมายในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้มากขึ้น

-

เกิดประโยชน์ทางด้านความรู้และวิชาการผู้เข้าร่วม โครงการสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

-

3. ประเมินผลและถอดบทเรียน 20 ธ.ค. 2567 12 ก.ย. 2567

จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ประเมินผล ถอดบทเรียนสรุปและจัดทำรายงานโครงการ มีค่าใช้จ่ายดังนี้
๑. ค่าอาหารว่าง ๑ มื้อ มื้อละ ๒๕ บาท จำนวน ๕คน เป็นเงิน๑๒๕ บาท ๒. ค่าจัดทำรายงานโครงการ จำนวน ๓เล่ม เล่มละ ๘๐บาท เป็นเงิน ๒๔๐บาท

สรุปผลการดำเนินงานโครงการในวันที่ 12 กันยายน 2567 เวลา 13.00 - 15.00 น. สถานที่ ที่ทำการหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 บ้านสะพานข่อย ตำบลนาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เพื่อสรุปผลรายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2567

-

1.ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมอบรมได้รับการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลิหิตสูง จากหลักสูตรที่ได้อบรมมาการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองตามหลัก 3 อ. (อาหาร ออกกำลัง อารมณ์) และการปลูกผักกินเองโดยใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพที่ทำใช้เองได้กินผักปลอดสารพิษและปลอดภัย
2.ผู้สูงอายุมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง มีความสุขในกิจกรรมที่ลงมือทำ มีความกล้าในการแสดงออกและซักถามปัญหากับวิทยากรอย่าเป็นกันเอง
3.เนื้อหาที่จัดอบรมได้ตรงกับปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
4.ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม มีความสามัคคีในการทำกิจกรรมร่วมกันได้ผ่อนคลายพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
5.ผู้รับผิดชอบโครงการมีการบริหารงบประมาณที่ได้รับอย่างลงตัวเพราะมีการวางแผนและกระบวนการที่ชัดเจน
จำนวนผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ลดลง และจำนวนผู้สูงอายุที่มีการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอเพิ่มขึ้น

-