กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี
รหัสโครงการ 67-L2503-02-20
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ หฒุ่ที่ 4
วันที่อนุมัติ 1 เมษายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 27 สิงหาคม 2567 - 27 สิงหาคม 2567
งบประมาณ 27,750.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสูใหลา อาลีโตะมะ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากการสำรวจสภาวะช่องปากของเด็กนักเรียนตามระบบรายงานเฝ้าระวังและส่งเสริมทันตสุขภาพปีงบประมาณ 2566 พบว่า เด็กนักเรียนมีปัญหาคราบหินปูนและฟันถาวรผุ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสภาพของปัญหาของทันตสุขภาพในนักเรียนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สาเหตุสำคัญของปัญหา เนื่องจากขาดการเอาใจใส่ดูแลช่องปากและฟัน ทั้งจากตัวของนักเรียนเอง จากครอบครัว และทางโรงเรียนยังขาดการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อเด็ก เช่น เด็กขาดเรียน มีเวลาเรียนไม่พอ ทำให้สอบตกซ้ำชั้นได้ เมื่อพิจารณาถึงวิธีในการแก้ไขปัญหาทางตันตสุขภาพ พบว่า การส่งเสริมให้เด็กนักเรียนดูแลและทำความสะอาดช่องปากด้วยตนเอง โดยการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน การสอนทันตสุขศึกษาในโรงเรียน และการรับบริการทันตกรรม ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีในการดูแลทันตสุขภาพของนักเรียน รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของการสร้างสุขภาพที่ดีในอนาคตด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางโรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการยิ้มสดใส เด็กกูจิงฟันดี ขึ้น เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กนักเรียนและชุมชน ได้ตระหนักถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางทันตสุขภาพต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ทางทันตสุขภาพและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2. เพื่อลดอัตราการเกิดโรคในระบบช่องปากและฟันของนักเรียน 3. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาทางทันตสุขภาพและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้องและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2. จำนวนนักเรียนที่มีปัญหาทางสุขภาพช่องปากและฟันมีจำนวนลดลง 3. ชุมชนเห็นความสำคัญของปัญหาทันตสุขภาพและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา 4. นักเรียนมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง